ยืนยันพบเดลตาพลัสในไทย
นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า จากการเฝ้าระวังสายพันธุ์โควิด-19 ในประเทศไทย ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาพลัส (Delta Plus) หรือ AY.1 จำนวน 1 ราย เป็นหญิงไทยอายุ 37 ปี เดินทางมาจากประเทศแถบเอเชียใต้ เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ขณะนี้รักษาหายแล้ว
สายพันธุ์เดลตาพลัสเกิดจากการกลายพันธุ์ของสายพันธุ์เดลตา โดยมีการกลายพันธุ์ที่ตำแหน่ง K417N ซึ่งเหมือนกับที่พบในสายพันธุ์เบตา (Beta) และแกมมา (Gamma) ทำให้มีคุณสมบัติในการหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้น
การตรวจพบและเฝ้าระวัง
นพ.ศุภกิจกล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ตรวจพบเชื้อดังกล่าวจากการถอดรหัสพันธุกรรม (Whole Genome Sequencing) ของตัวอย่างผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบเฝ้าระวังสายพันธุ์โควิด-19 อย่างต่อเนื่อง
“การพบเดลตาพลัสในไทยครั้งนี้ไม่น่าแปลกใจ เพราะหลายประเทศทั่วโลกก็พบแล้ว เช่น สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา อินเดีย และสิงคโปร์ โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้เป็นสายพันธุ์ที่อยู่ภายใต้การเฝ้าระวัง (Variant Under Monitoring)” นพ.ศุภกิจกล่าว
สถานการณ์สายพันธุ์เดลตา
ปัจจุบันสายพันธุ์เดลตา (B.1.617.2) ยังคงเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดในไทย คิดเป็นกว่า 99% ของผู้ติดเชื้อในประเทศ ขณะที่สายพันธุ์อื่นๆ เช่น อัลฟา และเบตา พบเป็นส่วนน้อย
นพ.ศุภกิจระบุว่า แม้เดลตาพลัสจะมีการกลายพันธุ์ที่อาจทำให้หลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้น แต่ข้อมูลเบื้องต้นยังไม่พบว่ามีความรุนแรงหรือแพร่กระจายเร็วกว่าเดลตาดั้งเดิมอย่างมีนัยสำคัญ วัคซีนที่มีอยู่ยังคงมีประสิทธิภาพในการป้องกันการป่วยหนักและการเสียชีวิต
มาตรการป้องกัน
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเดลตาพลัสอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในกลุ่มผู้เดินทางเข้าประเทศ พร้อมย้ำให้ประชาชนยังคงปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด สวมหน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่าง และรับวัคซีนตามกำหนด
นพ.ศุภกิจกล่าวทิ้งท้ายว่า “การกลายพันธุ์เป็นเรื่องปกติของไวรัส แต่เรามีระบบเฝ้าระวังที่มีประสิทธิภาพ และวัคซีนยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดความรุนแรงของโรค ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก”



