พายุที่พัดถล่มพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 3 ราย และสูญหายอีก 1 ราย ในจำนวน 14 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและดินถล่ม โดยสถานการณ์ยังคงน่าเป็นห่วงในหลายพื้นที่
จังหวัดที่ได้รับผลกระทบหนัก
จังหวัดที่ประสบภัยหนักที่สุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และพัทลุง โดยมีประชาชนกว่า 120,000 ครัวเรือนได้รับความเดือดร้อน
สาเหตุและปัจจัย
กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า พายุนี้เกิดจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่เคลื่อนตัวจากทะเลอันดามันเข้าสู่ภาคใต้ ส่งผลให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ปริมาณน้ำฝนสะสมสูงกว่า 200 มิลลิเมตรในบางจุด
ความช่วยเหลือจากรัฐบาล
นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก มีการจัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจเพื่อประสานงานช่วยเหลือ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า "รัฐบาลจะดูแลทุกคนอย่างเต็มที่ ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่"
ผลกระทบต่อประชาชน
นอกจากผู้เสียชีวิตและสูญหายแล้ว ยังมีผู้บาดเจ็บอีกหลายราย บ้านเรือนเสียหายจำนวนมาก พืชผลทางการเกษตรจมอยู่ใต้น้ำ ถนนหลายสายถูกตัดขาด การเดินทางเป็นไปด้วยความยากลำบาก
การแจ้งเตือนและมาตรการ
ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติได้ออกประกาศเตือนให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งแนะนำให้เตรียมกระเป๋ายามฉุกเฉินและอพยพไปยังที่ปลอดภัยหากจำเป็น
เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจร่วมกับอาสาสมัครได้อพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงแล้วกว่า 5,000 คน และยังคงปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายอย่างต่อเนื่อง
สถานการณ์ล่าสุด
รายงานล่าสุดจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ระบุว่าระดับน้ำในหลายพื้นที่เริ่มทรงตัว แต่ยังคงมีฝนตกหนักในบางจังหวัด โดยเฉพาะนครศรีธรรมราชและสุราษฎร์ธานี ซึ่งยังคงมีน้ำท่วมสูงในหลายอำเภอ



