สกสว.ชูงานวิจัยแก้ฝุ่น PM2.5 พร้อมนวัตกรรม AI วินิจฉัยโรค
สกสว.ชูงานวิจัยแก้ฝุ่น PM2.5 พร้อมนวัตกรรม AI ตรวจโรค

ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์และภัยพิบัติธรรมชาติส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทย คอลัมน์ Sustainable Together ได้มีโอกาสรับฟังข้อมูลจาก ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จากการร่วมระดมความคิดเห็นและรวบรวมผลงานวิจัยและนวัตกรรมจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) ภายใต้การบริหารของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

รัฐบาลให้ความสำคัญกับภัยพิบัติและภูมิรัฐศาสตร์

รัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหาภัยพิบัติธรรมชาติและภูมิรัฐศาสตร์ โดยระดมสมองจากทุกฝ่ายเพื่อเร่งแก้ปัญหาทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อความยั่งยืน สำหรับวิกฤตด้านพลังงาน ต้องเน้นเพิ่มประสิทธิภาพ เช่น การนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอินเทอร์เน็ตออฟติงส์ (IoT) มาใช้บริหารจัดการพลังงานในอาคารและหน่วยงาน ซึ่งจะช่วยลดการใช้พลังงานได้ 20-30% รวมถึงการเร่งเปลี่ยนผ่านยานพาหนะและอุปกรณ์ไปสู่ระบบไฟฟ้า เตรียมพร้อมขยายการใช้พลังงานทางเลือก โดยเฉพาะโซลาร์เซลล์ในระดับชุมชนและภาคการผลิตที่มีความพร้อมสูง ควบคู่กับการต่อยอดพลังงานชีวภาพที่เป็นจุดแข็งของประเทศ เช่น ไบโอดีเซลและไบโอแก๊ส

แนวทางรับมือฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือ

สำหรับการระดมแนวทางช่วยเหลือและจัดการเพื่อรับมือในพื้นที่เสี่ยงเกิดฝุ่นในภาคเหนือที่ประสบปัญหาฝุ่น PM2.5 หนักที่สุดในปีที่ผ่านมา อว.ได้วางกรอบการทำงานหลัก คือ การนำเทคโนโลยีป้องกัน บรรเทา และดูแลสุขภาพ ด้วยแอปพลิเคชัน “ตามรอยเผา” หาต้นตอการเผาป่ารายแปลง พร้อมทำฝนหลวงและดับไฟป่าด้วยเทคโนโลยี ติดตั้งเซ็นเซอร์ DustBoy ในศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียน พร้อมเร่งขยายผลนวัตกรรมเพื่อปกป้องสุขภาพประชาชน ทั้งมุ้งกันฝุ่นแบบ DIY ราคาประหยัดที่ช่วยลดการรับฝุ่นของครัวเรือน และห้องปลอดฝุ่นครบวงจร ผลงานนักวิจัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เพื่อดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบาง และเล็งนำระบบ AI เอกซเรย์ทรวงอกมาใช้ตรวจคัดกรองผลกระทบทางสุขภาพของประชาชน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การขยายผลงานวิจัยสู่เศรษฐกิจยั่งยืน

รวมทั้งขยายผลงานวิจัยไปสู่มิติเศรษฐกิจยั่งยืน ทั้งโครงการ Net Zero Campus เพื่อลดคาร์บอนในสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ และการส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลและพลังงานสะอาด ผ่านระบบนิเวศวิจัยที่เข้มแข็ง การนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมพร้อมใช้ผ่านกลไกกองทุน ววน. เพื่อยกผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีอยู่ให้เกิดผลในภาคปฏิบัติอย่างรวดเร็วที่สุด รวมทั้งผลักดันการส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการยกระดับภาคสาธารณสุขของไทยด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์วิจัยที่ใช้ได้จริง

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาวิจัยและใช้ได้จริง ช่วยลดมูลค่าการนำเข้าจากต่างประเทศได้ เช่น Inspectra CXR ระบบ AI วินิจฉัยโรคจากภาพถ่ายรังสีทรวงอก พัฒนาโดยคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับภาคเอกชนไทย ปัจจุบันมีการใช้งานแล้ว 450 โรงพยาบาลทั่วประเทศ ช่วยคัดกรอง 8 สภาวะปอดสำคัญ ด้วยความแม่นยำสูงถึง 98% จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ 1,400 ล้านบาทต่อปี และช่วยผู้ป่วย 10,000 รายต่อปี ได้รับการวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านการรักษาได้ 500,000 บาทต่อราย

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของงานวิจัยไทย สะท้อนให้เห็นถึงการขับเคลื่อนงานวิจัยไทยจากห้องปฏิบัติการสู่ตลาดจริง ไม่เพียงช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้านวัตกรรมทางการแพทย์จากต่างประเทศ แต่สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ “กินดี อยู่ดี ไม่มีโรค” ได้อย่างยั่งยืน