รัฐบาลแจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 มีแนวโน้มสูงขึ้นในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และภาคตะวันออก
เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยข้อมูลจาก ศูนย์สื่อสารการแก้ไขมลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ ว่าในช่วงวันที่ 11-12 กุมภาพันธ์นี้ พื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และภาคตะวันออก โดยเฉพาะจังหวัดสระแก้ว ปราจีนบุรี และฉะเชิงเทรา จะเผชิญกับสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
สาเหตุหลักมาจากลมตะวันออกและหมอกควันข้ามแดน
นางสาวลลิดา ระบุว่า สาเหตุสำคัญของการเพิ่มขึ้นของฝุ่น PM 2.5 นี้ มาจากอิทธิพลของทิศทางลมตะวันออกที่พัดมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้พื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และภาคตะวันออก อยู่ในลักษณะพื้นที่ท้ายลม ซึ่งส่งผลให้ฝุ่นละอองสะสมตัวได้ง่าย นอกจากนี้ ยังพบจุดความร้อนในประเทศกัมพูชา จำนวนสูงถึง 4,462 จุด ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่เริ่มฤดูกาล และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สถานการณ์ฝุ่นละอองในประเทศไทยมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว
มาตรการเร่งด่วนจากกรมควบคุมมลพิษ
เพื่อลดผลกระทบต่อคุณภาพอากาศภายในประเทศ กรมควบคุมมลพิษได้ขอความร่วมมือจากทุกหน่วยงานในพื้นที่ภาคตะวันออกของประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลแหล่งกำเนิดมลพิษ โดยเฉพาะการเผาในที่โล่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้ฝุ่นละอองเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
คำแนะนำสำหรับประชาชนในการดูแลสุขภาพ
นางสาวลลิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ศกพ. ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพตนเองอย่างใกล้ชิดในช่วงนี้ โดยมีคำแนะนำดังนี้:
- งดหรือหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง หากไม่มีความจำเป็น
- หากต้องออกนอกบ้าน ควรสวมหน้ากากอนามัยและอุปกรณ์ป้องกันตนเองอย่างเหมาะสม
- ปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงต่อสุขภาพ
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้อย่างต่อเนื่องผ่านช่องทางต่างๆ เช่น:
- เว็บไซต์ Air4Thai.pcd.go.th
- แอปพลิเคชัน Air4Thai
การติดตามข้อมูลอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ประชาชนสามารถวางแผนการดำเนินชีวิตและการดูแลสุขภาพในช่วงที่สถานการณ์ฝุ่นยังอยู่ในระดับน่าเฝ้าระวังได้อย่างมีประสิทธิภาพ