พ่อค้าออนไลน์ถูกดำเนินคดีฐานโฆษณาชวนเชื่อ หลังขายครีมทาผิวผิดกฎหมาย
พ่อค้าออนไลน์ถูกดำเนินคดีฐานโฆษณาชวนเชื่อ

ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ตำรวจไซเบอร์) ได้จับกุมนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 35 ปี ชาวจังหวัดนนทบุรี หลังจากสืบพบว่าเขาได้โฆษณาและจำหน่ายครีมทาผิวที่ไม่มีเลขจดแจ้ง อย. ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยอ้างว่าครีมดังกล่าวสามารถทำให้ผิวขาวใสภายใน 7 วัน

การสืบสวนและการจับกุม

เจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ได้สืบสวนพบว่าเฟซบุ๊กดังกล่าวมีผู้ติดตามจำนวนมากและมียอดขายต่อเดือนสูงถึง 500,000 บาท จากการตรวจสอบพบว่าครีมดังกล่าวไม่มีเลขจดแจ้งจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และมีการโฆษณาโอ้อวดเกินจริง ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560

การจับกุมและการแจ้งข้อหา

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 เจ้าหน้าที่ได้เข้าจับกุมนายเอที่บ้านพักในจังหวัดนนทบุรี พร้อมของกลางเป็นครีมทาผิวกว่า 1,000 ชิ้น มูลค่ารวมประมาณ 200,000 บาท จากการสอบสวนนายเอให้การรับสารภาพว่าได้นำเข้าครีมดังกล่าวมาจากประเทศเพื่อนบ้าน และได้โฆษณาขายผ่านเฟซบุ๊กมาตั้งแต่ปี 2565 โดยไม่ทราบว่าการกระทำดังกล่าวผิดกฎหมาย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ข้อหาที่ถูกดำเนินคดี

  • ข้อหาผลิตหรือนำเข้าเครื่องสำอางที่ไม่ได้จดแจ้ง ตาม พ.ร.บ. เครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 มาตรา 10 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • ข้อหาโฆษณาเครื่องสำอางที่โอ้อวดเกินจริง ตาม พ.ร.บ. เครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 มาตรา 23 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • ข้อหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 มาตรา 14(1) ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

คำเตือนจากเจ้าหน้าที่

พ.ต.อ. สมชาย ใจดี รองผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กล่าวว่า การโฆษณาและจำหน่ายเครื่องสำอางที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับ อย. เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและอาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค เพราะผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบอาจมีสารต้องห้ามหรือสารที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผิวหนังและสุขภาพในระยะยาว

เจ้าหน้าที่ขอให้ประชาชนตรวจสอบเลขจดแจ้งของเครื่องสำอางก่อนซื้อทุกครั้ง โดยสามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ของ อย. หรือแอปพลิเคชัน Oryor Smart และหากพบการโฆษณาหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน อย. 1556 หรือตำรวจไซเบอร์ 1441

บทสรุป

คดีนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่กระทำผิดในช่องทางออนไลน์ ซึ่งกำลังเป็นปัญหาที่เพิ่มมากขึ้นในสังคมไทย ผู้บริโภคควรระมัดระวังและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้น เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว