รัฐบาลอินเดียเริ่มบังคับใช้น้ำมันเบนซิน E20 ซึ่งมีส่วนผสมของเอทานอล 20% เป็นเชื้อเพลิงมาตรฐานที่สถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม 2568 เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยและข้าวโพด อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วนี้สร้างความไม่พอใจให้กับผู้ใช้รถจำนวนมาก เนื่องจากรถยนต์และจักรยานยนต์ส่วนใหญ่ยังไม่รองรับเชื้อเพลิงชนิดนี้ ส่งผลให้เกิดปัญหาอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น เครื่องยนต์มีกำลังลดลง และค่าซ่อมบำรุงสูงขึ้น
นโยบาย E20 ของอินเดีย
อินเดียเริ่มผสมเอทานอลในน้ำมันเบนซินมาตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 2000 โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการนำเข้าน้ำมันดิบ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสร้างรายได้ให้เกษตรกร การเปลี่ยนผ่านล่าสุดถือว่ารวดเร็วมาก โดยอินเดียเพิ่มสัดส่วนเอทานอลจาก 10% ในปี 2565 เป็น 20% ในปี 2568 เร็วกว่าแผนเดิมถึง 5 ปี ทำให้รถยนต์และรถจักรยานยนต์จำนวนมากยังไม่รองรับเชื้อเพลิงชนิดนี้
แม้ว่าน้ำมันเบนซินแบบไม่ผสมเอทานอลจะยังมีจำหน่าย แต่มีราคาสูงกว่า E20 ราว 40-50% แล้วแต่พื้นที่ อีกทั้งผู้ใช้รถจำนวนมากไม่ทราบว่าสามารถเลือกเติมน้ำมันชนิดดังกล่าวได้
เสียงร้องเรียนจากผู้ใช้รถ
ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ผู้ใช้รถจำนวนมากได้โพสต์ร้องเรียนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยระบุว่าหลังใช้น้ำมัน E20 รถมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น เครื่องยนต์มีกำลังลดลง และต้องเข้าศูนย์บริการบ่อยขึ้น ล่าสุด กลุ่มผู้ใช้รถได้รวมตัวประท้วงในกรุงนิวเดลี กล่าวหารัฐบาลว่าเร่งบังคับใช้นโยบายโดยไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีทางเลือก พร้อมระบุว่าต้องแบกรับค่าซ่อมบำรุงที่สูงขึ้น
จุดยืนของรัฐบาลและผู้ผลิตรถยนต์
ด้านรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยยืนยันว่าข้อร้องเรียนจำนวนมากเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมระบุว่าน้ำมัน E20 ผ่านการทดสอบอย่างละเอียดและไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเครื่องยนต์
ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของอินเดีย 6 บริษัท ยังออกมาสนับสนุนจุดยืนของรัฐบาล โดยเปิดเผยผลการทดสอบและข้อมูลจากศูนย์บริการที่ไม่พบหลักฐานว่าการใช้น้ำมัน E20 ทำให้เครื่องยนต์เสียหายเป็นวงกว้าง อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตรถยนต์ยอมรับว่า น้ำมัน E20 ทำให้ประสิทธิภาพการใช้น้ำมันลดลงประมาณ 3-3.5% เนื่องจากเอทานอลมีค่าพลังงานต่ำกว่าเบนซิน ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญบางรายประเมินว่าการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอาจเพิ่มขึ้นถึง 4-12%
ปัญหารถรุ่นเก่า
นักวิเคราะห์ชี้ว่า ความกังวลส่วนใหญ่อยู่ที่รถรุ่นเก่าซึ่งผลิตก่อนปี 2566 เพราะกว่า 75% ของรถที่ใช้งานอยู่บนท้องถนนในอินเดียยังไม่ได้รับการออกแบบให้รองรับน้ำมัน E20 โดยเฉพาะ ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่า การใช้งานต่อเนื่องอาจเร่งการสึกหรอของระบบจ่ายเชื้อเพลิง เกิดการกัดกร่อน และเพิ่มค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงในระยะยาว
มุมมองของผู้เชี่ยวชาญ
ผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ระบุว่า เอทานอลสามารถดูดซับความชื้นได้มากกว่าเบนซิน จึงอาจทำให้เกิดการกัดกร่อนในระบบเชื้อเพลิงเมื่อใช้งานเป็นเวลานาน รวมถึงอาจทำให้คราบตะกอนภายในเครื่องยนต์หลุดออกมาและอุดตันปั๊มน้ำมันหรือหัวฉีดได้ อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ ซึ่งสามารถยืนยันได้อย่างชัดเจนว่า น้ำมัน E20 ทำให้เครื่องยนต์เสียหาย หรือยืนยันตามที่รัฐบาลและผู้ผลิตรถยนต์ระบุว่าเชื้อเพลิงดังกล่าวปลอดภัย จึงทำให้ข้อถกเถียงเกี่ยวกับผลกระทบของน้ำมัน E20 ต่อรถยนต์ยังคงดำเนินต่อไปในอินเดีย
แนวโน้มในอนาคต
แม้จะเผชิญเสียงคัดค้าน แต่รัฐบาลอินเดียยังคงเดินหน้าผลักดันนโยบายเชื้อเพลิงชีวภาพ โดยมองว่าจะช่วยลดการนำเข้าน้ำมันดิบ เสริมความมั่นคงด้านพลังงาน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ท่ามกลางความผันผวนของตลาดน้ำมันโลกจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง



