การบริจาคเลือดเพียง 1 ถุง (ปริมาณประมาณ 350-450 ซีซี) อาจใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีสำหรับผู้ให้ แต่สำหรับผู้รับ นี่คือของขวัญที่ประเมินค่าไม่ได้ เชื่อว่าหลายคนอาจยังไม่ทราบว่า เลือดเพียงถุงเดียวไม่ได้ช่วยเหลือผู้ป่วยได้แค่ชีวิตเดียว เพราะความก้าวหน้าทางการแพทย์สามารถนำเลือดถุงนั้นไปแยกส่วนประกอบ เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือและต่อลมหายใจให้กับผู้ป่วยได้ถึง 3 กลุ่มหลัก
บริจาค 1 ครั้ง แยกส่วนประกอบต่อชีวิตได้ถึง 3 กลุ่ม
เม็ดเลือดแดง (Red Blood Cells)
ตัวช่วยสำคัญในการทดแทนภาวะซีดหรือผู้ที่สูญเสียเลือดในปริมาณมาก เปรียบเสมือนน้ำหล่อเลี้ยงชีวิตใหม่ให้กับผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมีย ผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดใหญ่ และผู้ประสบอุบัติเหตุฉุกเฉิน
เกล็ดเลือด (Platelets)
ฮีโร่สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำหรือมีอาการเลือดออกง่าย ช่วยพยุงอาการและรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว (ลูคีเมีย) รวมถึงผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก
พลาสมา (Plasma)
กุญแจสำคัญในการรักษาผู้ป่วยโรคตับและผู้มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ยิ่งไปกว่านั้น พลาสมายังถูกนำไปสกัดเป็นยาและเซรุ่มที่จำเป็นทางการแพทย์ เช่น ยาเสริมภูมิคุ้มกัน เซรุ่มป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และเซรุ่มต้านไวรัสตับอักเสบบี
รู้หรือไม่ เลือดก็มี “วันหมดอายุ”
หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมสภากาชาดถึงต้องการเลือดบริจาคอยู่ตลอดเวลา เหตุผลสำคัญคือ ส่วนประกอบของเลือดแต่ละชนิดมีอายุการจัดเก็บที่ไม่เท่ากัน และบางส่วนก็มีอายุสั้นมาก โดยเกล็ดเลือดมีอายุสั้นที่สุด เก็บได้เพียง 5 วัน เท่านั้น นี่คือเหตุผลหลักที่ทำให้เกล็ดเลือดขาดแคลนบ่อยที่สุด และต้องการผู้บริจาคอย่างต่อเนื่อง ส่วนเม็ดเลือดแดงสามารถจัดเก็บไว้ได้นาน 35 - 42 วัน และพลาสมา หากนำไปแช่แข็งในอุณหภูมิที่เหมาะสม จะสามารถเก็บไว้ได้นานถึง 1 ปี
บริจาคเลือดยิ่งให้ ยิ่งได้ ประโยชน์ดีๆ ที่เกิดกับตัวผู้บริจาค
การบริจาคโลหิตไม่ได้เป็นเพียงการทำบุญช่วยเหลือผู้อื่นเท่านั้น แต่ตัวผู้บริจาคเองก็ได้รับประโยชน์ทางสุขภาพมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการกระตุ้นการสร้างเลือดใหม่ ให้ร่างกายจะผลิตเม็ดเลือดแดงชุดใหม่ที่แข็งแรงและสมบูรณ์ออกมาทดแทน ทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ดีขึ้น รวมถึงการได้เช็กสุขภาพฟรีไปในตัว เพราะเลือดทุกถุงจะถูกนำไปตรวจคัดกรองหาเชื้อไวรัสตับอักเสบบี, ซี, ซิฟิลิส และ HIV อย่างละเอียด หากพบความผิดปกติ ผู้บริจาคจะได้รับการแจ้งเตือนอย่างเป็นความลับ และสิทธิพิเศษในการรักษา สำหรับผู้ที่บริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่องตามเกณฑ์ที่กำหนด จะได้รับสิทธิพิเศษในการรักษาพยาบาลและการลดหย่อนค่าห้องพักจากสภากาชาดไทยและโรงพยาบาลในสังกัด
เช็กลิสต์เตรียมตัวให้เป๊ะ ก่อน-หลัง ไปบริจาคเลือด
เพื่อให้การบริจาคเลือดราบรื่นและได้โลหิตที่มีคุณภาพที่สุด ควรเตรียมร่างกายดังนี้
ก่อนบริจาค
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง
- ดื่มน้ำเปล่า 3-4 แก้วก่อนบริจาค 30 นาที (ช่วยให้เลือดไหลเวียนดีและป้องกันอาการหน้ามืด)
- งดอาหารที่มีไขมันสูง (เช่น ข้าวมันไก่ หมูสามชั้น นม เนย) ภายใน 6 ชั่วโมงก่อนบริจาค เพราะจะทำให้พลาสมามีสีขุ่นขาวและนำไปใช้กับผู้ป่วยไม่ได้
หลังบริจาค
- นั่งพักบริเวณจุดรับบริจาค 10-15 นาที อย่าเพิ่งรีบลุก
- ดื่มน้ำให้มากกว่าปกติในวันนั้นเพื่อชดเชยปริมาณน้ำที่เสียไป
- งดยกของหนัก ออกกำลังกายหักโหม หรือทำกิจกรรมที่ต้องปีนป่ายที่สูง ภายใน 24 ชั่วโมงแรก
ข้อมูล : สสส.



