สำนักงานอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (FDA) ได้อนุมัติการใช้งานยาโมลนูพิราเวียร์ (Molnupiravir) ซึ่งเป็นยาต้านไวรัสชนิดรับประทานของบริษัทเมอร์ค (Merck) ในกรณีฉุกเฉิน เพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดอาการรุนแรง โดยยานี้มีประสิทธิภาพในการลดความเสี่ยงของการเข้ารักษาในโรงพยาบาลและการเสียชีวิต
รายละเอียดการอนุมัติ
การอนุมัติครั้งนี้ครอบคลุมการใช้ยาในผู้ใหญ่ที่มีผลตรวจโควิด-19 เป็นบวก และมีปัจจัยเสี่ยงอย่างน้อยหนึ่งประการที่ทำให้เกิดโรครุนแรง เช่น อายุมาก โรคอ้วน โรคหัวใจ หรือโรคเบาหวาน โดยยาจะต้องเริ่มรับประทานภายใน 5 วันหลังจากมีอาการ และใช้ต่อเนื่องเป็นเวลา 5 วัน
ข้อควรระวังในการใช้ยา
อย่างไรก็ตาม FDA ได้ระบุว่ายาโมลนูพิราเวียร์ไม่ควรใช้ในหญิงตั้งครรภ์ เนื่องจากอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ และควรหลีกเลี่ยงในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี นอกจากนี้ ผู้ป่วยที่ใช้ยาควรใช้วิธีคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพในระหว่างการรักษาและเป็นเวลา 3 เดือนหลังจากรับประทานยาครั้งสุดท้าย
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น
ผลข้างเคียงที่พบบ่อยจากการใช้ยา ได้แก่ ท้องเสีย คลื่นไส้ เวียนศีรษะ และปวดศีรษะ โดยผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์หากมีอาการรุนแรงหรือผิดปกติ
ความสำคัญของการรักษา
การอนุมัติครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการต่อสู้กับการระบาดของโควิด-19 เนื่องจากยาโมลนูพิราเวียร์เป็นยาชนิดรับประทานที่สามารถใช้ที่บ้านได้ ช่วยลดภาระของระบบสาธารณสุข และเป็นทางเลือกเพิ่มเติมนอกเหนือจากวัคซีนและการรักษาอื่นๆ
ทั้งนี้ บริษัทเมอร์คได้ลงนามข้อตกลงกับรัฐบาลสหรัฐฯ ในการจัดหายาจำนวน 3.1 ล้านคอร์สการรักษา โดยมีมูลค่ารวมประมาณ 2.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีแผนที่จะผลิตยาให้ได้ 10 ล้านคอร์สภายในสิ้นปี 2564



