ไทยช่วยไทยพลัส ปรับวงเงิน 1,000 บาท รอบ ก.ค. 2569 ในเป๋าตัง
ไทยช่วยไทยพลัส ปรับวงเงิน 1,000 บาท รอบ ก.ค. ในเป๋าตัง

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วงเงินสิทธิของรอบเดือนกรกฎาคม 2569 ในโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ถูกปรับใหม่ให้เป็น 1,000 บาท ในแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" ของผู้มีสิทธิแล้ว หลังจากที่ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ประชาชนสามารถใช้จ่ายได้ตามวงเงินที่ได้รับ

รายละเอียดโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40)

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าการใช้สิทธิโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) ซึ่งภาครัฐสนับสนุนเงินร่วมจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการสาธารณะที่กำหนด ในอัตราร้อยละ 60 แต่ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน จำนวน 4 เดือน ตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงกันยายน 2569 โดยมีประชาชนได้รับสิทธิทั้งหมด 26,040,623 ราย

โครงการนี้เปิดให้ใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นวันแรก ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 (เวลา 06.00 - 23.00 น.) ผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" โดยจะได้รับวงเงินสนับสนุนค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนดจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ ในอัตราร้อยละ 60 แต่ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน ทั้งนี้ กรณีมีวงเงินสิทธิเหลือในเดือนใด จะไม่ทบสิทธิไปในเดือนถัดไป

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การเตรียมความพร้อมของระบบ

ธนาคารกรุงไทย ได้มีการเตรียมความพร้อมของระบบเพื่อรองรับการใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" ของประชาชนไว้แล้ว โดยประชาชนสามารถเติมเงินเข้า G-Wallet ไว้สำหรับสแกนใช้จ่ายในโครงการฯ หรือเติมเงินได้ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ประชาชนยังสามารถซื้ออาหารหรือเครื่องดื่มจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ ผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) ที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการฯ ผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" โดยจะสามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน - 30 กันยายน 2569 (เวลา 06.00 - 21.00 น.)

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ขั้นตอนการใช้สิทธิโครงการไทยช่วยไทยพลัส ผ่านแอปฯ เป๋าตัง

  1. เข้าแอปฯ "เป๋าตัง" เลือกแบนเนอร์โครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40)
  2. กดปุ่มสแกน QR เพื่อใช้สิทธิ
  3. สแกน QR ร้านค้าถุงเงิน
  4. กดปุ่ม ยืนยัน เพื่อยืนยันการชำระเงิน / เติมเงินผ่านบัญชีกรุงไทย กรณีเงินใน G Wallet ไม่เพียงพอ
  5. ใส่รหัส PIN เป๋าตัง 6 หลัก
  6. บันทึกสลิปทำรายการสำเร็จ

การใช้สิทธิสำหรับประชาชนเริ่มใช้สิทธิใช้จ่ายร้านค้าชำระเงินผ่าน G Wallet ในแอปฯ "เป๋าตัง" ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน - 30 กันยายน 2569 เวลา 06:00 - 23:00 น. ส่วนการสั่งอาหารผ่านฟู้ดเดลิเวอรีแพลตฟอร์มที่ร่วมโครงการ และชำระเงินผ่าน G Wallet ในแอปฯ เป๋าตัง ได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน - 30 กันยายน 2569 เวลา 06:00 - 21:00 น.

สินค้าที่ร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส

  • ร้านอาหาร
  • ร้านเครื่องดื่ม
  • รถเข็น
  • Food Delivery
  • ร้าน OTOP
  • สินค้าทั่วไป
  • บริการขนส่งสาธารณะ

สินค้าที่ไม่ร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส

  • ร้านนวดสปา
  • ร้านทำเล็บ
  • ร้านทำผม
  • สินค้าสลากกินแบ่ง
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ผลิตภัณฑ์ยาสูบ
  • บัตรกำนัล
  • บัตรเงินสด
  • บริการรูปแบบอื่นๆ ที่เป็นการชำระค่าสินค้าหรือบริการล่วงหน้า

ย้ำเงื่อนไขการใช้สิทธิโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40)

ก่อนใช้สิทธิครั้งแรก ผู้ได้รับสิทธิจะต้องตรวจสอบสิทธิคงเหลือและเงื่อนไขการใช้สิทธิ การซื้อ - ขายสินค้า/รับ - ให้บริการ ผู้ซื้อและผู้ขายจะต้องทำธุรกรรมซื้อขายและสแกน QR เพื่อชำระค่าสินค้า/บริการกันแบบพบหน้า (face-to-face) ไม่สามารถทำธุรกรรมผ่านช่องทางออนไลน์หรือคนกลาง ไม่ว่าด้วยวิธีการใด ใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 06:00 - 23:00 น. ของทุกวัน ห้ามผู้เข้าร่วมโครงการกระทำการใดๆ ที่สร้างความเข้าใจผิดหรือก่อให้เกิดอุปสรรคต่อการดำเนินการของมาตรการ/โครงการใดๆ ของรัฐ

กรณีซื้ออาหาร/เครื่องดื่มผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี) การใช้สิทธิผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีจะต้องเป็นการซื้อขายสินค้าเฉพาะประเภทอาหาร/เครื่องดื่มโดยประชาชนผู้เข้าร่วมโครงการฯ เท่านั้น รัฐจะสนับสนุนเงินในส่วนค่าอาหาร/เครื่องดื่มเท่านั้น ไม่รวมค่าจัดส่งหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ ใช้สิทธิตามโครงการเพื่อสั่งอาหาร/เครื่องดื่มผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีได้ตั้งแต่ 06:00 - 21:00 น. ของทุกวัน ห้ามมีการรับหรือเรียกเงินทอนเป็นเงินสด หรือประโยชน์รูปแบบอื่นนอกจากการสั่งอาหาร/เครื่องดื่มผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี ไม่ว่ากรณีใด การซื้อ-ขายอาหาร/เครื่องดื่มผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีจะต้องเป็นการซื้อ-ขายกันจริง โดยผู้ซื้อและผู้ขายไม่ได้อยู่สถานที่เดียวกันหรือเป็นบุคคลเดียวกัน