นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้มีคำสั่งด่วนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ให้ดำเนินการตรวจสอบร้านค้าสวัสดิการทหารที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของกองทัพทั่วประเทศ หลังได้รับรายงานว่าร้านค้าดังกล่าวบางแห่งมีการจำหน่ายสินค้าในราคาที่สูงเกินจริง สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนและทหารที่ใช้บริการ
สาเหตุการตรวจสอบ
การตรวจสอบครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากมีข้อร้องเรียนจากประชาชนและสมาชิกในครอบครัวของทหารว่าร้านค้าสวัสดิการทหารบางแห่งจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในราคาที่แพงกว่าร้านค้าทั่วไป โดยเฉพาะสินค้าจำเป็น เช่น ข้าวสาร น้ำมันพืช และอาหารกระป๋อง ซึ่งส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของทหารและครอบครัว
ปลัด มท. กล่าวว่า "กระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้บริโภค และการรักษาความเป็นธรรมในราคาสินค้า ร้านค้าสวัสดิการทหารควรเป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าราคาถูกเพื่อช่วยเหลือทหารและครอบครัว หากพบว่ามีการเอาเปรียบ จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด"
แนวทางการตรวจสอบ
ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดได้รับคำสั่งให้ตั้งคณะทำงานร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดและสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบร้านค้าสวัสดิการทหารในสังกัดกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และกองบัญชาการกองทัพไทย โดยจะตรวจสอบทั้งราคาสินค้า คุณภาพสินค้า และความถูกต้องของการคิดราคา
นอกจากนี้ ยังมีการตรวจสอบสัญญาการจัดหาสินค้าระหว่างร้านค้ากับกองทัพว่าเป็นไปตามระเบียบหรือไม่ รวมถึงการตรวจสอบการผูกขาดหรือการตกลงราคาที่ไม่เป็นธรรม
ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
หากพบการกระทำผิด ร้านค้าที่เอาเปรียบอาจถูกดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ซึ่งมีโทษปรับสูงสุด 140,000 บาท และจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทยจะประสานกับกระทรวงกลาโหมเพื่อพิจารณายกเลิกสัญญาหรือเพิกถอนสิทธิ์การเป็นร้านค้าสวัสดิการทหาร
นายสุทธิพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า "การดำเนินการครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของทหาร แต่ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับความยุติธรรมในราคาสินค้า"
ปฏิกิริยาจากกองทัพ
พลตรี ธนาธิป สุวรรณชาติ รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า กองทัพให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับการตรวจสอบครั้งนี้ และยินดีให้ข้อมูลแก่คณะทำงานของจังหวัด พร้อมย้ำว่าร้านค้าสวัสดิการทหารส่วนใหญ่ดำเนินการอย่างถูกต้อง แต่หากพบข้อบกพร่องจะดำเนินการปรับปรุงทันที
ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยคาดว่าจะสรุปผลการตรวจสอบภายใน 30 วัน และจะรายงานผลต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณามาตรการเพิ่มเติมต่อไป



