บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ และบริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) สองยักษ์ใหญ่อุตสาหกรรมอาหารของไทย ประกาศจับมือเป็นพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ เพื่อร่วมกันพัฒนามาตรฐานความปลอดภัยอาหารและความยั่งยืนในห่วงโซ่อุปทานอาหารของประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับอาหารปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
รายละเอียดความร่วมมือ
ความร่วมมือครั้งนี้ครอบคลุมตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตอาหารที่ปลอดภัย การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการจัดการฟาร์มและโรงงานแปรรูป การร่วมกันกำหนดมาตรฐานวัตถุดิบที่ยั่งยืน ตลอดจนการพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจในที่มาของอาหารทุกชิ้น
นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหารซีพีเอฟ กล่าวว่า "ความร่วมมือครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารไทย เราจะผนึกกำลังกันเพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอาหารและความยั่งยืน สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ"
เป้าหมายและผลกระทบ
ทั้งสองบริษัทตั้งเป้าลดการใช้สารเคมีในกระบวนการผลิตลงร้อยละ 30 ภายในปี 2573 พร้อมเพิ่มสัดส่วนบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนเป็นร้อยละ 100 ภายในปี 2570 นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายความร่วมมือไปสู่การพัฒนาชุมชนเกษตรกรโดยรอบให้มีมาตรฐานการผลิตที่ปลอดภัยและยั่งยืนมากขึ้น
นางสาววรวรรณ เธียรชัยพาณิชย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่เบทาโกร กล่าวเสริมว่า "เรามุ่งมั่นที่จะสร้างระบบอาหารที่ยั่งยืนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ความร่วมมือนี้จะช่วยลดของเสียในห่วงโซ่อุปทานและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร"
มุมมองผู้บริโภคและอนาคต
ความร่วมมือของสองบริษัทคาดว่าจะส่งผลให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงอาหารที่มีคุณภาพและปลอดภัยมากขึ้นในราคาที่เหมาะสม รวมถึงช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากกระบวนการผลิตอาหาร ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพและความยั่งยืนที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั้งในไทยและทั่วโลก
ทั้งนี้ ซีพีเอฟและเบทาโกรมีแผนจะร่วมกันเปิดตัวผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ร่วมในอนาคตอันใกล้ เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำด้านอาหารปลอดภัยและยั่งยืนของไทย



