พายุฤดูร้อนพัดถล่มพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยเมื่อวันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้มีบ้านเรือนเสียหาย ต้นไม้ล้มทับ และหลังคาปลิวในหลายพื้นที่ โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรายงานว่า มีจังหวัดได้รับผลกระทบรวม 11 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม กาฬสินธุ์ และเลย
ความเสียหายเบื้องต้น
จากรายงานเบื้องต้น พบว่ามีบ้านเรือนเสียหายบางส่วนกว่า 200 หลังคาเรือน ต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มทับบ้านเรือนและรถยนต์หลายจุด รวมถึงเสาไฟฟ้าหักโค่นทำให้ไฟฟ้าดับเป็นวงกว้างในบางพื้นที่ เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า “ลมพัดแรงมาก หลังคาบ้านปลิวว่อน ต้นไม้ใหญ่ล้มขวางถนนหลายจุด เราต้องใช้เลื่อยยนต์ตัดต้นไม้ออกเพื่อเปิดทางให้รถสัญจรได้”
สาเหตุและการแจ้งเตือน
กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า พายุฤดูร้อนนี้เกิดจากหย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมภาคอีสานตอนบน ประกอบกับมีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นเข้ามา ทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่ โดยได้ออกประกาศเตือนล่วงหน้าเมื่อวันที่ 21 มีนาคม แต่ความรุนแรงเกินคาดการณ์
การช่วยเหลือ
ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 3 จังหวัดนครราชสีมา ได้ส่งทีมกู้ภัยและเครื่องมือหนักเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว โดยแจกจ่ายถุงยังชีพและแผ่นสังกะสีมุงหลังคาชั่วคราว นอกจากนี้ ยังประสานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเร่งซ่อมแซมระบบไฟฟ้าที่เสียหาย คาดว่าจะใช้เวลาหลายวันจึงจะกลับมาเป็นปกติ
ผู้ว่าฯ จังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า “เรากำลังเร่งสำรวจความเสียหายทั้งหมด โดยเฉพาะบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายหนัก เพื่อให้การช่วยเหลืออย่างทันท่วงที” ทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเหตุผ่านสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง
ข้อควรระวัง
กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนว่า ในช่วงวันที่ 23-25 มีนาคม ยังคงมีโอกาสเกิดพายุฤดูร้อนในภาคอีสานตอนล่างและภาคกลาง ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากลมกระโชกแรงและฟ้าผ่า รวมถึงอย่าอยู่ใกล้ต้นไม้ใหญ่หรือป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง



