สหรัฐฯ เผยยอดเสียชีวิตจากเฮอริเคนเฮลีนพุ่ง 215 ราย
สหรัฐฯ เผยยอดเสียชีวิตจากเฮอริเคนเฮลีนพุ่ง 215 ราย

ยอดผู้เสียชีวิตจากเฮอริเคนเฮลีนเพิ่มเป็น 215 ราย

ยอดผู้เสียชีวิตจากพายุเฮอริเคนเฮลีนที่พัดถล่มสหรัฐอเมริกาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 215 ราย ตามรายงานล่าสุดจากหน่วยงานท้องถิ่นและสื่อสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยรัฐนอร์ทแคโรไลนาได้รับผลกระทบหนักที่สุด มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 ราย ขณะที่ทีมค้นหาและกู้ภัยยังคงปฏิบัติการในพื้นที่ห่างไกลซึ่งถูกตัดขาดจากน้ำท่วมและดินถล่ม

รัฐนอร์ทแคโรไลนาหนักสุด เสียชีวิตกว่า 100 ราย

ผู้ว่าการรัฐนอร์ทแคโรไลนา รอย คูเปอร์ เปิดเผยว่า ยอดผู้เสียชีวิตในรัฐของเขาอยู่ที่ 100 รายแล้ว และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกเมื่อทีมกู้ภัยสามารถเข้าถึงพื้นที่ที่ถูกตัดขาดได้ “นี่คือโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ เรากำลังเผชิญกับความเสียหายที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” คูเปอร์กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ขณะที่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรายงานว่า มีผู้สูญหายอีกหลายสิบคนในพื้นที่ภูเขาทางตะวันตกของรัฐ

ความเสียหายในวงกว้าง หลายรัฐได้รับผลกระทบ

เฮอริเคนเฮลีนพัดขึ้นฝั่งในรัฐฟลอริดาเมื่อวันที่ 26 กันยายน ด้วยความเร็วลมสูงสุด 140 ไมล์ต่อชั่วโมง ก่อนจะอ่อนกำลังลงและเคลื่อนตัวขึ้นเหนือ สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างในรัฐจอร์เจีย เซาท์แคโรไลนา เทนเนสซี และเวอร์จิเนีย โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตในรัฐจอร์เจีย 33 ราย เซาท์แคโรไลนา 29 ราย เทนเนสซี 17 ราย และเวอร์จิเนีย 2 ราย นอกจากนี้ ยังมีผู้เสียชีวิตในรัฐฟลอริดาและรัฐอื่นๆ รวมอีกหลายราย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ทีมกู้ภัยเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตในพื้นที่ห่างไกล

ในรัฐนอร์ทแคโรไลนา เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงปฏิบัติการในพื้นที่ภูเขาทางตะวันตกของรัฐ ซึ่งถูกน้ำท่วมและดินถล่มตัดขาด ทำให้การเข้าถึงเป็นไปอย่างยากลำบาก “เรากำลังใช้เฮลิคอปเตอร์และยานพาหนะพิเศษเพื่อเข้าถึงชุมชนที่ถูกตัดขาด” เจ้าหน้าที่สำนักงานจัดการเหตุฉุกเฉินแห่งชาติ (FEMA) กล่าว โดยระบุว่า มีการอพยพผู้คนหลายร้อยคนออกจากพื้นที่เสี่ยง ขณะที่ไฟฟ้าและน้ำประปายังไม่สามารถให้บริการได้ในหลายพื้นที่

ผลกระทบทางเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐาน

นอกจากยอดผู้เสียชีวิตที่เพิ่มสูงขึ้นแล้ว เฮอริเคนเฮลีนยังสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานอย่างรุนแรง โดยถนนหลายสายถูกตัดขาด สะพานพังเสียหาย และระบบไฟฟ้าล้มเหลว ส่งผลให้ประชาชนหลายแสนคนไม่มีไฟฟ้าใช้เป็นเวลาหลายวัน นักวิเคราะห์ประเมินว่า ความเสียหายทางเศรษฐกิจอาจสูงถึงหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่รัฐบาลกลางและรัฐต่างๆ กำลังเร่งให้ความช่วยเหลือด้านการเงินและทรัพยากรแก่พื้นที่ประสบภัย