ตำรวจ-ฝ่ายปกครองเร่งล่าตัวผู้ต้องสงสัยลอบเผาป่าล่าสัตว์ในลำพูน หลังโดรนจับภาพพฤติกรรมน่าสงสัย
ตำรวจเร่งติดตามผู้ต้องสงสัยลอบเผาป่าล่าสัตว์ในลำพูน

ตำรวจและฝ่ายปกครองเร่งติดตามผู้ต้องสงสัยลอบเผาป่าล่าสัตว์ในลำพูน หลังโดรนจับภาพพฤติกรรมน่าสงสัย

เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองในจังหวัดลำพูนกำลังเร่งติดตามตัวผู้ต้องสงสัยที่เชื่อมโยงกับการลอบเผาป่าเพื่อล่าสัตว์ผิดกฎหมาย หลังทีมอาสาดับไฟป่าจากมูลนิธิกระจกเงาบันทึกภาพรถยนต์กระบะและกองไฟปริศนาจากโดรนในพื้นที่ป่าอำเภอลี้ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงคืนวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา ในเขตตำบลแม่ลาน ซึ่งทีมอาสาสมัครพบจำนวนจุดความร้อนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ภาพจากโดรนเผยพฤติกรรมน่าสงสัยของบุคคลในป่า

ภาพบันทึกจากโดรนของทีมอาสาดับไฟป่ามูลนิธิกระจกเงาแสดงให้เห็นรถยนต์กระบะตอนเดียวสีน้ำเงินขับเข้าสู่พื้นที่ป่า ก่อนจอดรถและดับไฟหน้า ผู้ขับขี่ยังพกกระเป๋าเป้ ปืน และสุนัขมาด้วย จากนั้นบุคคลดังกล่าวได้กวาดใบไม้แห้งรอบตัวรถคาดว่าเพื่อสร้างแนวกันไฟ ต่อมาทีมอาสาพบกองไฟปริศนาที่ลุกไหม้เป็นจุด ห่างจากรถประมาณ 300 เมตร ซึ่งไม่ใช่ไฟป่าที่ลุกลามเป็นแนวยาว

ณัฐพล สิงห์เถื่อน ผู้อำนวยการศูนย์อาสาดับไฟป่ามูลนิธิกระจกเงา ระบุว่า พฤติกรรมนี้ชี้ให้เห็นว่าผู้ต้องสงสัยอาจมีส่วนรู้เห็นกับการเผาป่าและต้องการใช้ไฟไล่สัตว์เพื่อล่า เพราะมีการพกปืนและสุนัขติดตัว เขาได้ร้องขอให้เจ้าหน้าที่รัฐเร่งติดตามรถและบุคคลดังกล่าวมาสอบปากคำ พร้อมเรียกร้องให้ส่งกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปซุ่มตรวจสอบในพื้นที่เสี่ยงก่อนจะมีคำสั่งห้ามเข้าป่าสงวน 10 แห่ง ตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคมถึง 31 พฤษภาคมนี้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

"ชายต้องสงสัยน่าจะเกี่ยวพันกับไฟป่า เพราะเขาต้องการให้ไฟไล่สัตว์ลงมาในทิศทางที่ต้องการ เราใช้โดรนติดตามพฤติกรรมเขาจนรู้ตัว เขาจึงหยุดและพยายามซ่อนตัว จากนั้นแบตเตอรี่โดรนหมดจึงต้องบินกลับฐาน เมื่อเข้าไปดูอีกครั้งก็ไม่พบ คาดว่าจะออกจากพื้นที่ประมาณตี 3 ถึงตี 4" นายณัฐพลกล่าวเสริม

อุปสรรคในการดำเนินการและมาตรการเร่งด่วน

ประเชิญ สมองดี นายอำเภอลี้ เปิดเผยว่าได้สั่งการให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ตำบลแม่ลานเร่งติดตามผู้ต้องสงสัยแล้ว แม้ยังไม่สามารถระบุตัวตนหรือพบรถต้องสงสัย แต่เชื่อว่าจะได้ตัวในเร็ววันนี้ พื้นที่ป่าอำเภอลี้มีขนาดประมาณ 1 ล้านไร่ หรือครึ่งหนึ่งของจังหวัดลำพูน โดยเป็นป่าอนุรักษ์ 350,000 ไร่ และป่าสงวน 500,000 ไร่

นายอำเภอยอมรับว่าอุปสรรคสำคัญคือพื้นที่ป่าอยู่ใกล้ชุมชน ชาวบ้านยังคงเข้าป่าเพื่อหาของป่าตามวิถีชีวิตเดิม ทำให้การควบคุมเป็นไปได้ยาก ต้องอาศัยกำนันและผู้ใหญ่บ้านช่วยเฝ้าระวังและทำความเข้าใจ ส่วนการส่งกำลังเจ้าหน้าที่ไปเฝ้าผืนป่ายังมีข้อจำกัดเนื่องจากกำลังอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อส.) มีไม่มากนัก

พ.ต.อ.รังสิต แก้วไชยา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรลี้ ระบุว่าจุดเกิดเหตุน่าจะอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแม่ปิง ตำรวจได้ส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข่าวและพิสูจน์ทราบตัวผู้กระทำผิดแล้ว อุปสรรคคือภาพจากคลิปไม่ชัดเจนทั้งใบหน้าและป้ายทะเบียนรถ จึงเตรียมขอข้อมูลเพิ่มเติมจากอาสาดับไฟป่ามูลนิธิกระจกเงา

หากผู้ต้องสงสัยเผาป่าเพื่อล่าสัตว์จริง จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้และประกาศจังหวัดเรื่องการห้ามเผาและห้ามเข้าเขตป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต ในปีนี้ได้รับแจ้งความร้องทุกข์จากเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในคดีบุกรุกเผาป่าแล้ว 10 ราย

นายณัฐพลยังเสนอแนะให้หน่วยงานรัฐจัดชุดเจ้าหน้าที่เข้าไปซุ่มในพื้นที่เสี่ยง โดยใช้ข้อมูลจุดความร้อนจากปีที่ผ่านมาซึ่งมักเกิดไฟในพื้นที่เดิมๆ เพื่อป้องปรามและบังคับใช้กฎหมายจับกุมผู้กระทำผิดอย่างมีประสิทธิภาพ