นายกรัฐมนตรีได้แสดงความห่วงใยอย่างยิ่งต่อสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศ โดยเฉพาะในเขตภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีปริมาณน้ำฝนสะสมสูงและระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากได้รับความเดือดร้อนและต้องอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัย
นายกฯ สั่งการเร่งด่วน
นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มกำลัง โดยเน้นการแจกจ่ายถุงยังชีพ การจัดหาที่พักพิงชั่วคราว และการดูแลด้านสาธารณสุขเพื่อป้องกันโรคที่มากับน้ำท่วม นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้กรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารจัดการน้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ
การประสานงานกับจังหวัด
นายกรัฐมนตรีได้ประสานงานโดยตรงกับผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ประสบภัย เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและให้การสนับสนุนทรัพยากรที่จำเป็น พร้อมทั้งเน้นย้ำให้มีการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็วแก่ประชาชน เพื่อลดความสับสนและความตื่นตระหนก
- จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทุกจังหวัดที่ประสบภัย
- ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และอาสาสมัครเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย
- สนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์ในการกู้ภัย เช่น เรือท้องแบน รถยนต์สะเทินน้ำสะเทินบก และเครื่องสูบน้ำ
การป้องกันและฟื้นฟูระยะยาว
นอกเหนือจากการช่วยเหลือเร่งด่วนแล้ว นายกรัฐมนตรียังได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนป้องกันและฟื้นฟูในระยะยาว รวมถึงการปรับปรุงระบบระบายน้ำ การสร้างแนวป้องกันน้ำท่วม และการพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า เพื่อลดความเสี่ยงและความเสียหายจากสถานการณ์น้ำท่วมในอนาคต
นายกรัฐมนตรีขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน



