สคบ. เร่งเครื่อง 6 มาตรการด่วนและ 1 แผนบูรณาการ ปกป้องผู้บริโภคจากผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง
เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. ณ ทำเนียบรัฐบาล นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) แถลงผลการประชุมเร่งด่วนเพื่อกำหนดมาตรการรับมือผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความผันผวนด้านราคาสินค้าและบริการ รวมถึงการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคในภาวะวิกฤติ
มาตรการเชิงรุกเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน
นายสันติ เปิดเผยว่า คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ได้รับมอบหมายจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานกรรมการตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ให้ดำเนินการปกป้องสิทธิประชาชนท่ามกลางความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเน้นย้ำถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้บริโภค ได้แก่ สิทธิในการได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง สิทธิในความปลอดภัย และสิทธิในการได้รับการชดเชยความเสียหาย ซึ่งต้องได้รับการดูแลอย่างบูรณาการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการค้าภายใน สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย และกรมการท่องเที่ยว
รายละเอียด 6 มาตรการด่วนที่ประกาศใช้
คณะกรรมการฯ ได้เคาะมาตรการเร่งด่วน 6 ประการ พร้อมแผนปฏิบัติการบูรณาการ 1 แผน ดังนี้
- เพิ่มสายด่วนรับเรื่องร้องทุกข์: สคบ. เพิ่มจำนวนสายด่วนรับเรื่องราวร้องทุกข์จากผู้บริโภคเป็น 10 คู่สาย เพื่อรองรับกรณีเร่งด่วนเพิ่มเติมจากปกติ
- เข้มงวดการตรวจสอบผู้ประกอบการ: เพิ่มความถี่ในการลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจเพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบ รวมถึงเฝ้าระวังการโฆษณาที่ทำให้เข้าใจผิด และควบคุมฉลากสินค้าจำเป็น เช่น ข้าวสาร ถังก๊าซหุงต้ม และอัตราค่าสาธารณูปโภคในที่พักอาศัย
- สนับสนุนการชำระเงินหลากหลายช่องทาง: ขอร้านค้าเปิดทางเลือกในการชำระเงินทั้งบัตรเครดิต การโอนเงินผ่านแอปพลิเคชัน และเงินสด เพื่อป้องกันผลกระทบจากปัญหาสัญญาณเครือข่ายหรือไฟฟ้าขัดข้อง
- ส่งเสริมการซื้อสินค้าออนไลน์อย่างปลอดภัย: กระตุ้นให้ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าจากแพลตฟอร์มออนไลน์ที่จดทะเบียนกับ สคบ. โดยเฉพาะสินค้ามูลค่าสูง เช่น เครื่องประดับ ทองคำ และบริการการลงทุน เพื่อความสะดวกในการแก้ไขข้อพิพาท
- ควบคุมการจำหน่ายทองคำ: สคบ. และกรมการค้าภายใน เข้มงวดควบคุมการจำหน่ายทองคำอย่างเป็นธรรมตามกฎหมาย รวมถึงการตรวจสอบฉลากและป้องกันการฉวยโอกาส
- ประชาสัมพันธ์สิทธิผู้บริโภค: รณรงค์ให้ผู้บริโภคตระหนักรู้สิทธิในการบริโภคสินค้าและบริการ ทั้งด้านราคา คุณภาพ และมาตรฐาน ทั้งในช่องทางปกติและออนไลน์
แผนบูรณาการหน่วยงานทั่วประเทศ
สำหรับแผนปฏิบัติการด้านบูรณาการหน่วยงานนั้น เน้นการทำงานร่วมกันภายใต้พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 โดยประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดในฐานะประธานอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัด ศูนย์ดำรงธรรมเมืองพัทยา กรุงเทพมหานคร และสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต เพื่อบังคับใช้มาตรการทั้ง 6 ข้ออย่างมีประสิทธิภาพ และพิจารณาเพิ่มสายด่วนรับเรื่องร้องทุกข์ตามความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่
นายสันติ ยังย้ำว่า หากผู้บริโภคได้รับความเสียหายและมีการเรียกร้องค่าเสียหาย สคบ. จะใช้อำนาจตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคดำเนินการไกล่เกลี่ย ยุติเรื่อง หรือฟ้องร้องแทนผู้บริโภค เพื่อให้ได้รับชดเชยอย่างเป็นธรรม โดยมาตรการเหล่านี้มีเป้าหมายหลักเพื่อลดผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางที่อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนในประเทศ



