รัฐบาลเตือนประชาชนเตรียมรับมือพายุฤดูร้อน 3-6 มีนาคม ระวังลมแรง ลูกเห็บตก ฝนหนัก
นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงฤดูร้อนของทุกปีมักเกิดพายุฤดูร้อนในหลายพื้นที่ ซึ่งนำมาซึ่งพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และอาจมีลูกเห็บตกบางแห่ง ก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิต ทรัพย์สิน และผลผลิตทางการเกษตร รัฐบาลห่วงใยประชาชนจึงแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังและเตรียมตัวรับมือพายุฤดูร้อนอย่างใกล้ชิด พร้อมติดตามการแจ้งเตือนสถานการณ์จากหน่วยงานราชการอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สิน
พายุฤดูร้อนจะเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน
นางสาวอัยรินทร์ กล่าวว่า ในช่วงวันที่ 3-6 มีนาคม บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน จากนั้นภาคตะวันออก ภาคกลาง กรุงเทพมหานครรวมทั้งปริมณฑล และภาคเหนือ จะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป ลักษณะของพายุจะประกอบด้วยพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักบางแห่ง รวมถึงฟ้าผ่าที่อาจเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ หลังจากนั้นอากาศจะคลายความร้อนลง เนื่องจากมีบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ส่งผลทำให้มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และอ่าวไทย ประกอบกับมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน
อากาศคลายความร้อนลงในช่วงวันที่ 7-8 มีนาคม
ในช่วงวันที่ 7-8 มีนาคม อากาศจะคลายความร้อนลงและฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ เนื่องจากบริเวณมวลอากาศเย็นหรือความกดอากาศสูงยังคงปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับมีลมตะวันตกในระดับบนจะเคลื่อนเข้าปกคลุมบริเวณดังกล่าว สำหรับภาคใต้ ในช่วงวันที่ 2-4 มีนาคม จะมีฝนลดลงเนื่องจากมีลมตะวันตกเฉียงเหนือพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังอ่อนลง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ฝนเพิ่มขึ้นในช่วงวันที่ 5-8 มีนาคม
ส่วนในช่วงวันที่ 5-8 มีนาคม จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่งเกิดขึ้นได้ เนื่องจากลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น โดยอ่าวไทยตอนล่าง ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
คำแนะนำสำหรับประชาชนและเกษตรกร
นางสาวอัยรินทร์ เน้นย้ำว่า ในช่วงวันที่ 3-6 มีนาคม ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระมัดระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฟ้าผ่า โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านบริเวณที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง ที่จะเกิดขึ้นในระยะนี้ สำหรับเกษตรกรควรเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผล และเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น กับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง รวมทั้งดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย



