ทำไมโรงแรมไม่มีชั้น 13: เปิดที่มาเลขอาถรรพ์ที่ทั่วโลกเลี่ยง
ทำไมโรงแรมไม่มีชั้น 13: เปิดที่มาเลขอาถรรพ์ที่ทั่วโลกเลี่ยง

เมื่อเข้าพักโรงแรมหรือขึ้นลิฟต์ในอาคารสูงหลายแห่ง ตัวเลขบนแผงกดลิฟต์มักเรียงจากชั้น 12 ไปเป็นชั้น 14 โดยไม่มี "ชั้น 13" ทั้งที่ตัวอาคารมีจำนวนชั้นครบตามปกติ เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดพลาดในการก่อสร้าง แต่เป็นธรรมเนียมที่พบได้ในหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากความเชื่อเกี่ยวกับ "เลข 13" ที่ถูกมองว่าเป็นเลขอาถรรพ์ แม้ในปัจจุบันหลายคนจะมองว่า "เลข 13" เป็นเพียงความเชื่อส่วนบุคคล แต่โรงแรมและที่พักหลายแห่งทั่วโลก ก็ยังคงหลีกเลี่ยงการใช้เลข 13 เพื่อสร้างความสบายใจให้กับผู้เข้าพักและลูกค้า

ที่มาความเชื่อ: ทำไม "เลข 13" จึงถูกมองว่าเป็นเลขอาถรรพ์

ความเชื่อเรื่องเลข 13 มีรากฐานมาจากวัฒนธรรมของชาวยุโรปและอเมริกา โดยมีหลายทฤษฎีที่อธิบายถึงที่มาของความเชื่อนี้

1. ความเชื่อจากศาสนาคริสต์

หนึ่งในที่มาที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดคือเหตุการณ์ "อาหารค่ำมื้อสุดท้าย" (The Last Supper) ของพระเยซู ซึ่งมีผู้ร่วมโต๊ะทั้งหมด 13 คน โดยบุคคลลำดับที่ 13 คือ ยูดาส อิสคาริโอท ผู้ทรยศต่อพระเยซู ความเชื่อนี้ทำให้เลข 13 ถูกเชื่อมโยงกับความโชคร้ายและการสูญเสีย

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

2. ตำนานเทพนอร์ส

อีกหนึ่งเรื่องเล่ามาจากเทพปกรณัมนอร์ส ซึ่งกล่าวว่ามีงานเลี้ยงของเหล่าเทพ 12 องค์ แต่มีเทพโลกิ (Loki) ซึ่งไม่ได้รับเชิญเข้ามาเป็นคนที่ 13 ก่อนจะเกิดเหตุการณ์นำไปสู่การเสียชีวิตของเทพบัลเดอร์ (Balder) เทพแห่งแสงสว่างและความดีงาม ส่งผลให้เลข 13 ถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของความวุ่นวายและเคราะห์ร้าย

3. ความเชื่อเรื่องวันศุกร์ที่ 13

ในวัฒนธรรมโลกตะวันตก "วันศุกร์ที่ 13" (Friday the 13th) ถือเป็นวันที่หลายคนเชื่อว่าเป็นวันแห่งโชคร้าย จนเกิดเป็นภาพยนตร์ หนังสือ และวัฒนธรรมป๊อปที่ตอกย้ำความเชื่อนี้ให้แพร่หลายมากขึ้น

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ไขข้อสงสัย: ทำไมโรงแรมถึงไม่มีชั้น 13

แม้จะไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ว่าชั้น 13 จะทำให้เกิดเหตุร้าย แต่ธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์จำนวนมากเลือกข้ามเลขนี้ด้วยเหตุผลทางจิตวิทยาและการตลาด สาเหตุหลัก ได้แก่

  • ลดความกังวลของแขกผู้เข้าพักที่เชื่อเรื่องเลขอาถรรพ์
  • ทำให้ลูกค้ารู้สึกสบายใจและตัดสินใจเข้าพักง่ายขึ้น
  • ลดโอกาสที่ลูกค้าจะปฏิเสธห้องพักซึ่งอยู่บนชั้น 13
  • ปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมและความเชื่อของนักท่องเที่ยวจากหลายประเทศ

ความจริงแล้ว ตัวอาคารยังมีจำนวนชั้นเท่าเดิม เพียงแต่เปลี่ยนวิธีการเรียกชื่อชั้นเท่านั้น หลายโรงแรมจึงเปลี่ยนการเรียกชั้น 13 ดังนี้

  • ชั้น 12 แล้วข้ามไปชั้น 14
  • ใช้ชื่อ 12A แทน 13
  • ใช้ชื่อ Sky Floor หรือปรับชั้น 13 เป็นส่วนกลางและห้องอื่นๆ ที่ไม่ใช่ห้องพัก

การไม่มี "ชั้น 13" ในโรงแรมไม่ได้เกิดจากข้อกำหนดด้านกฎหมายหรือมาตรฐานการก่อสร้าง แต่เป็นผลมาจากความเชื่อเรื่อง "เลขอาถรรพ์" ที่สืบทอดกันมาในวัฒนธรรมตะวันตก ประกอบกับเหตุผลด้านการตลาดและจิตวิทยาผู้บริโภค ทำให้โรงแรมหลายแห่งเลือกข้ามเลขดังกล่าวไป อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ปัจจุบันจะไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเลข 13 นำมาซึ่งโชคร้ายจริง แต่ธรรมเนียมการข้ามชั้น 13 ก็ยังคงพบเห็นได้ทั่วโลก และกลายเป็นหนึ่งในเกร็ดความรู้ที่หลายคนมักสงสัยทุกครั้งเมื่อก้าวเข้าไปในลิฟต์ของโรงแรมหรืออาคารสูง