ไต้หวัน จีน และญี่ปุ่น เร่งเตรียมมาตรการรับมือไต้ฝุ่น 'บาหวี่' ซึ่งกำลังเคลื่อนตัวอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของไต้หวันในมหาสมุทรแปซิฟิก แม้ความเร็วลมสูงสุดจะอ่อนกำลังลงเล็กน้อยเหลือราว 205 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ยังคงเป็นพายุอันตรายที่มีแนวโน้มสร้างความเสียหายรุนแรงในช่วงหลายวันข้างหน้า
เส้นทางพายุและขนาดมหึมา
ศูนย์อุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของจีนคาดการณ์ว่า พายุจะเคลื่อนผ่านทางตอนเหนือของไต้หวัน ก่อนขึ้นฝั่งบริเวณมณฑลฝูเจี้ยน ทางตะวันออกของจีน ในช่วงเย็นวันที่ 11 ก.ค. ขณะที่ขนาดของพายุมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1,000 กิโลเมตร ใกล้เคียงกับความกว้างของประเทศฝรั่งเศส
สำนักงานอุตุนิยมวิทยากลางของไต้หวันระบุว่า บาหวี่อาจกลายเป็นพายุที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่พัดเข้าใกล้ไต้หวันนับตั้งแต่ปี 1987 และถือเป็นพายุขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นได้ไม่บ่อยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยมีโอกาสออกประกาศเตือนภัยทางทะเลตั้งแต่วันพฤหัสบดี และประกาศเตือนภัยบนบกในช่วงค่ำวันพฤหัสบดีหรือต้นวันศุกร์
มาตรการรับมือของไต้หวัน
ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ของไต้หวัน ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ขอให้ประชาชนเตรียมอาหาร น้ำดื่ม ไฟฉาย ยารักษาโรค และสิ่งของจำเป็น พร้อมเผยแพร่วิดีโอแนะนำการจัด 'กระเป๋าฉุกเฉิน' ที่สามารถใช้ดำรงชีพได้อย่างน้อย 3 วัน หากเกิดภัยพิบัติ
ทางการไต้หวันได้ยกระดับมาตรการป้องกันภัยอย่างเต็มรูปแบบ โดยระงับการเดินเรือโดยสารไปยังเกาะนอกชายฝั่งหลายเส้นทาง ปิดแหล่งท่องเที่ยวบนเกาะกุยซาน หรือ 'เกาะเต่า' ระหว่างวันพฤหัสบดีถึงวันอาทิตย์ พร้อมเร่งขนส่งนักท่องเที่ยวออกจากเกาะกรีนไอส์แลนด์และเกาะหลานอวี่ รวมถึงลำเลียงอาหารและสิ่งของจำเป็นเข้าสู่พื้นที่
ผลกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจ
เกษตรกรในหลายพื้นที่เร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนพายุขึ้นฝั่ง ชาวประมงนำเรือขึ้นจากน้ำเพื่อป้องกันความเสียหาย ขณะที่ตลาดสดและซูเปอร์มาร์เก็ตในหลายเมืองมีประชาชนออกมาซื้ออาหารและของใช้จำเป็นเพิ่มขึ้นราว 30%
สำนักงานทางหลวงไต้หวันเตรียมเฝ้าระวังเส้นทางเสี่ยงดินถล่มอย่างใกล้ชิด และอาจจำกัดหรือปิดการจราจรบนสะพานต้านเจียง หากความเร็วลมเพิ่มสูงถึงระดับอันตราย ส่วนกรุงไทเปคาดว่าจะเริ่มเข้าสู่ขอบอิทธิพลของพายุในคืนวันศุกร์ โดยอาจมีลมกระโชกแรงถึง 149 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีฝนสะสมสูงสุดถึง 400 มิลลิเมตร โดยเฉพาะพื้นที่ภูเขาที่เสี่ยงต่อฝนตกหนักและดินถล่ม
การเตือนจากผู้เชี่ยวชาญ
ผู้เชี่ยวชาญด้านพายุหมุนเขตร้อนจากอิมพีเรียลคอลเลจลอนดอน ระบุว่า บาหวี่สะสมพลังงานเหนือมหาสมุทรแปซิฟิกเป็นเวลานาน ดูดซับทั้งความร้อนและความชื้นจำนวนมหาศาล ทำให้มีศักยภาพก่อความเสียหายอย่างรุนแรงเมื่อเข้าใกล้ชายฝั่ง และแม้เส้นทางพายุจะเปลี่ยนเพียงเล็กน้อย ก็อาจส่งผลต่อพื้นที่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะที่ AccuWeather ประเมินว่า หากพายุยังคงความรุนแรงตามที่คาดไว้ บาหวี่จะเป็นพายุไต้ฝุ่นที่รุนแรงที่สุดในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก นับตั้งแต่ซูเปอร์ไต้ฝุ่น 'กองเร็ย' เมื่อปี 2024 แม้คาดว่าความเร็วลมจะเริ่มอ่อนกำลังลงตั้งแต่วันพฤหัสบดี แต่ยังคงเป็นพายุอันตรายต่อไต้หวันและจีนตะวันออกไปจนถึงต้นสัปดาห์หน้า
ญี่ปุ่นและผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศ
สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นก็ออกประกาศเตือนประชาชนในจังหวัดโอกินาวา ให้เฝ้าระวังลมแรง คลื่นพายุซัดฝั่ง น้ำท่วม และดินถล่มในช่วงวันศุกร์และวันเสาร์ ขณะที่นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการก่อตัวของปรากฏการณ์เอลนีโญในปีนี้ อาจทำให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเผชิญพายุที่รุนแรงและเกิดบ่อยครั้งยิ่งขึ้น



