ช่วงปิดเทอมใหญ่ปี 2568 กำลังจะเริ่มต้นขึ้น สร้างความกังวลให้กับผู้ปกครองเกี่ยวกับความปลอดภัยของบุตรหลาน โดยเฉพาะความเสี่ยงจากการจมน้ำ ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของเด็กไทย
สถิติเด็กเสียชีวิตจากการจมน้ำ 800 รายต่อปี
นายแพทย์กฤษฎา หาญบรรเจิด รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า จากข้อมูลของกองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค พบว่าในแต่ละปีมีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี เสียชีวิตจากการจมน้ำมากกว่า 800 ราย หรือเฉลี่ยวันละ 2-3 ราย โดยช่วงปิดเทอมเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด เนื่องจากเด็กมักเล่นน้ำตามแหล่งน้ำธรรมชาติโดยไม่มีผู้ใหญ่ดูแล
ปัจจัยเสี่ยงและกลุ่มเด็กที่ต้องเฝ้าระวัง
นายแพทย์กฤษฎากล่าวเพิ่มเติมว่า เด็กที่อาศัยในพื้นที่ชนบทหรือใกล้แหล่งน้ำ เช่น คลอง บึง หรือทะเลสาบ มีความเสี่ยงสูงกว่าพื้นที่อื่น ทั้งนี้เด็กผู้ชายมีความเสี่ยงมากกว่าเด็กผู้หญิง เนื่องจากมีพฤติกรรมชอบเล่นน้ำและผาดโผนมากกว่า โดยเฉพาะเด็กวัย 5-9 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่เริ่มมีอิสระในการเล่นแต่ยังว่ายน้ำไม่เป็น
คำแนะนำ 5 ข้อป้องกันเด็กจมน้ำ
กรมควบคุมโรคได้ออกคำแนะนำสำหรับผู้ปกครองในการป้องกันเด็กจมน้ำ ดังนี้
- ดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด: ไม่ควรปล่อยให้เด็กเล่นน้ำตามลำพัง ต้องมีผู้ใหญ่ที่ว่ายน้ำเป็นคอยดูแลตลอดเวลา
- สอนเด็กว่ายน้ำ: ส่งเสริมให้เด็กเรียนว่ายน้ำตั้งแต่ยังเล็ก เพื่อให้มีทักษะเอาชีวิตรอดเมื่อตกน้ำ
- ติดป้ายเตือนและล้อมรั้ว: แหล่งน้ำรอบบ้านควรมีรั้วกั้นและติดป้ายเตือนอันตราย
- พกอุปกรณ์ช่วยชีวิต: เมื่อพาเด็กไปเที่ยวแหล่งน้ำ ควรพกเสื้อชูชีพ ห่วงยาง หรืออุปกรณ์ลอยตัว
- เรียนรู้วิธีช่วยเหลือ: ผู้ปกครองควรเรียนรู้วิธีการปฐมพยาบาลและการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) เพื่อช่วยเหลือเด็กได้ทันท่วงที
บทบาทของโรงเรียนและชุมชน
นอกจากนี้ กรมควบคุมโรคยังร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่องความปลอดภัยทางน้ำในโรงเรียนและชุมชน โดยเฉพาะในช่วงก่อนปิดเทอม เพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันการสูญเสีย
นายแพทย์กฤษฎาย้ำว่า "การจมน้ำเป็นเหตุการณ์ที่สามารถป้องกันได้ หากทุกภาคส่วนร่วมมือกัน การดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดและการสอนทักษะความปลอดภัยทางน้ำเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยลดการเสียชีวิตของเด็กในช่วงปิดเทอมใหญ่ปี 2568 นี้"



