ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2568 รายงานสถิติอุบัติเหตุสะสมระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม 2567 ถึงวันที่ 1 มกราคม 2568 พบว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นรวม 1,800 ครั้ง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 210 ราย และผู้บาดเจ็บ 1,950 คน โดยสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุยังคงมาจากการขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด คิดเป็นร้อยละ 40 และการเมาแล้วขับร้อยละ 30
สถิติอุบัติเหตุรายวันและจังหวัดเสี่ยง
เมื่อแยกเป็นรายวัน วันที่ 30 ธันวาคมเป็นวันที่มีอุบัติเหตุมากที่สุดถึง 380 ครั้ง เสียชีวิต 45 ราย ขณะที่วันที่ 1 มกราคมมีจำนวนอุบัติเหตุลดลงเหลือ 250 ครั้ง แต่ยังมีผู้เสียชีวิต 30 ราย จังหวัดที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตสูงสุดคือ กรุงเทพมหานคร 20 ราย รองลงมาคือ นครราชสีมา 15 ราย และเชียงใหม่ 12 ราย
มาตรการบังคับใช้กฎหมายเข้มข้น
พลตำรวจเอก ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า "ในช่วง 7 วันอันตราย ตำรวจได้ตั้งด่านตรวจทั่วประเทศกว่า 2,000 จุด โดยเน้นตรวจวัดแอลกอฮอล์และความเร็ว พบผู้กระทำผิดเมาแล้วขับกว่า 5,000 ราย และขับรถเร็วเกินกำหนดกว่า 10,000 ราย" นอกจากนี้ยังมีการยึดใบขับขี่ผู้กระทำผิดทันทีเพื่อความปลอดภัย
ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ และการรณรงค์
นอกจากขับเร็วและเมาแล้วขับแล้ว สาเหตุอื่นที่พบได้แก่ การไม่สวมหมวกนิรภัยในรถจักรยานยนต์ (ร้อยละ 20) และการขับรถย้อนศร (ร้อยละ 10) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยร่วมกับภาคีเครือข่ายรณรงค์ "ขับไม่ดื่ม ดื่มไม่ขับ" และ "ช้าลงหน่อย ชีวิตปลอดภัย" โดยมีการแจกเอกสารและจัดกิจกรรมให้ความรู้ตามจุดบริการประชาชน
ผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจ
จากสถิติที่ผ่านมา อุบัติเหตุช่วงปีใหม่ทำให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจประมาณ 5,000 ล้านบาทต่อปี จากค่ารักษาพยาบาล การสูญเสียทรัพย์สิน และการสูญเสียกำลังแรงงาน ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 20-40 ปี ซึ่งเป็นวัยทำงาน ส่งผลกระทบต่อครอบครัวและชุมชนอย่างรุนแรง
ข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญ
นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค เสนอว่า "ควรเพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายตลอดทั้งปี ไม่ใช่เฉพาะช่วงเทศกาล และควรปรับปรุงมาตรการลงโทษผู้กระทำผิดซ้ำให้รุนแรงขึ้น" พร้อมทั้งแนะนำให้ประชาชนใช้บริการขนส่งสาธารณะหรือกำหนดคนขับที่ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์



