ผู้ว่าฯ เลยลุยตรวจน้ำโขง ยืนยันปลาแค้มีตุ่มกินได้
เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 ที่จังหวัดเลย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้เวลา 17.00 น. นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่บริเวณริมแม่น้ำโขงตรงข้ามวัดโพธิ์ชัย ตำบลเชียงคาน อำเภอเชียงคาน เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีพบปลาแค้มีลักษณะผิดปกติเป็นตุ่มตามลำตัว ซึ่งสร้างความกังวลต่อความปลอดภัยในการบริโภคของประชาชน
การตรวจสอบคุณภาพน้ำและปลาแค้
การลงพื้นที่ครั้งนี้ จังหวัดเลยได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานด้านประมง สิ่งแวดล้อม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 9 ได้เก็บตัวอย่างน้ำในแม่น้ำโขง จำนวน 3 จุด ได้แก่ บริเวณบ้านคกงิ้ว ตำบลปากตม จุดบ้านเชียงคาน และบริเวณแก่งคุดคู้ เพื่อตรวจหาสารหนู ผลการตรวจวัดเบื้องต้นด้วย Test kit พบว่าทั้ง 3 จุดมีค่าสารหนู 0.005 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำผิวดิน สะท้อนให้เห็นว่าสถานการณ์คุณภาพน้ำในพื้นที่ยังอยู่ในระดับปลอดภัย
ขณะเดียวกัน ผลการตรวจสารปนเปื้อนในปลาแค้ตามรอบเฝ้าระวังตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 ถึงกุมภาพันธ์ 2569 โดยห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด สาขาขอนแก่น ไม่พบสารหนูปนเปื้อนในปลาแค้แต่อย่างใด
ตุ่มบนปลาแค้คือพยาธิใบไม้
ส่วนกรณีปลาแค้ที่มีตุ่มตามลำตัวที่พบที่อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ตามที่ปรากฏข่าวในสื่อออนไลน์เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 ทางผู้แทนกลุ่มประมงท้องถิ่นได้ส่งตัวอย่างให้กับทางมหาวิทยาลัยนเรศวร ตรวจสอบตุ่มตามลำตัวปลาแค้ที่พบที่เชียงคานตามข่าว มีลักษณะตุ่มคล้ายกับที่พบที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งข้อมูลของกรมประมง และ ดร.กัลย์กนิต พิสมยรมย์ ประธานสาขาวิทยาศาสตร์การประมง คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร ที่ได้เคยตรวจสอบปลาแค้ที่มีตุ่มตามลำตัวที่พบที่จังหวัดเชียงราย พบตรงกันว่าตุ่มดังกล่าวเป็นพยาธิใบไม้ในกลุ่ม Digenea ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค หากนำมาปรุงให้สุกก่อนรับประทาน
ข้อแนะนำจากผู้ว่าฯ เลย
ผู้ว่าราชการจังหวัดเลยกล่าวว่า จังหวัดมีความห่วงใยต่อสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ จึงได้กำชับให้ทุกอำเภอที่มีพื้นที่ติดแม่น้ำโขงเร่งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ผ่านทุกช่องทาง หากพบสัตว์น้ำที่มีลักษณะผิดปกติ ขอความร่วมมือประชาชนแจ้งเจ้าหน้าที่และนำส่งปลาให้หน่วยงานภาครัฐเพื่อนำไปตรวจวิเคราะห์ทั้งด้านโรคและสารปนเปื้อนอย่างเป็นระบบ



