ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เชิญชวนพระภิกษุสงฆ์และพุทธศาสนิกชนชาวไทยทั่วประเทศ ร่วมสร้างทานบารมีในโครงการ “เมตตามหากุศล ร่วมใจบริจาคโลหิตถวายพระกุศลแด่ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในมงคลสมัยฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา 26 มิถุนายน 2569” ระหว่างวันที่ 26 ถึง 28 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ 7 แห่ง ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง และโรงพยาบาลสาขาบริการโลหิตแห่งชาติทั่วประเทศ
วัตถุประสงค์ของโครงการ
รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า โครงการนี้จัดขึ้นเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติของสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งทรงเจริญพระชนมายุ 99 พรรษา ในวันที่ 26 มิถุนายน 2569 โดยมีเป้าหมายเพื่อเชิญชวนให้พระภิกษุสงฆ์และพุทธศาสนิกชนร่วมสละโลหิตเพื่อต่อชีวิตผู้ป่วยทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยังเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน วัด และสถาบันการศึกษา ร่วมบริจาคโลหิตถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ตามพระดำริของสมเด็จพระสังฆราช ที่ต้องการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติและถวายพระกุศลให้เหมาะสมสอดคล้องกับช่วงเวลาไว้ทุกข์
พระประวัติของสมเด็จพระสังฆราช
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระนามเดิมว่า “อัมพร ประสัตถพงศ์” ฉายา อมฺพโร ประสูติเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2470 ณ ตำบลบางป่า อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ขณะทรงดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พระองค์ทรงได้รับการยกย่องในด้านความซื่อสัตย์ เด็ดขาด ตรงไปตรงมา รวมทั้งมีวัตรปฏิบัติที่สมถะเรียบง่าย เปี่ยมด้วยพระเมตตา และทรงอุทิศตนเพื่องานพระศาสนาโดยไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย เป็นแบบอย่างที่ดีต่อพุทธศาสนิกชนทั่วไป
สถานที่รับบริจาคโลหิต
ผู้สนใจสามารถร่วมบริจาคโลหิตได้ที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์ พร้อมร่วมลงนามถวายพระพร หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ (Fixed Stations) 7 แห่ง ได้แก่ สถานีกาชาด 11 วิเศษนิยม บางแค เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ สาขาบางแค บางกะปิ งามวงศ์วาน ท่าพระ ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม และบ้านทรงไทย (ย่านวงศ์สว่าง) นอกจากนี้ ยังมีภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ จังหวัดลพบุรี ชลบุรี ราชบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี นครสวรรค์ พิษณุโลก เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง) สงขลา และภูเก็ต รวมถึงโรงพยาบาลสาขาบริการโลหิตแห่งชาติทั่วประเทศ
เป้าหมายและผลที่คาดหวัง
การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระสังฆราช และส่งเสริมการบริจาคโลหิตโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ซึ่งจะส่งผลให้มีปริมาณโลหิตเพียงพอกับความต้องการของโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติหวังว่าพุทธศาสนิกชนจะร่วมแสดงความจงรักภักดีและทำความดีถวายเป็นพระกุศลในโอกาสสำคัญนี้



