เกาะสนามแข่ง ISUZU CHALLENGE THAILAND ที่ใช้กระบะ Isuzu D-Max Spacecab 2.2 Ddi MAXFORCE เกียร์ธรรมดา มาร่วมประลองความเร็ว
นายวิชัย สินอนันต์พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เปิดเผยว่า อีซูซุเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนวงการมอเตอร์สปอร์ตของไทย และได้รับความไว้วางใจจากทีมแข่งต่าง ๆ ที่เลือกใช้รถปิกอัพอีซูซุในการแข่งขันมาโดยตลอด การแข่งขัน ISUZU CHALLENGE THAILAND 2026 ในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่ตอกย้ำแนวคิดของอีซูซุในเรื่องการสร้างความแตกต่าง ผ่านการมอบประสบการณ์ที่แปลกใหม่ เร้าใจ และจับต้องได้จริง ให้กับผู้ที่ชื่นชอบความเร็วและความแรง ในรูปแบบที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนในวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย
อีซูซุได้นำ DNA ของ Isuzu มาผสานกับงานดีไซน์ที่ดูล้ำ และสเปคที่ถูกปรับแต่งมาเพื่อดึงสมรรถนะของเครื่องยนต์ดีเซล Isuzu 2.2 Ddi MAXFORCE มาต่อยอดสู่สนามแข่ง สะท้อนถึงสมรรถนะ ความทนทาน และความพร้อมของเทคโนโลยีอีซูซุเพื่อมอเตอร์สปอร์ตโดยเฉพาะ ภายใต้มาตรฐานการแข่งขันระดับสากล สร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับแฟนมอเตอร์สปอร์ต และยกระดับความเข้มข้นของการแข่งขันในฤดูกาลนี้
เจาะลึกรถแข่งในรายการ ISUZU CHALLENGE THAILAND 2026
สำหรับรถที่แข่งในรายการ ISUZU CHALLENGE THAILAND 2026 นั้นใช้ Isuzu D-Max Spacecab 2.2 Ddi MAXFORCE เกียร์ธรรมดา ซึ่งเป็นรุ่นที่อีซูซุได้ร่วมมือกับทีมวิศวกรไทย TERA Engineering ในการพัฒนารถแข่งทั้งเครื่องยนต์และบอดี้พาร์ท เพื่อให้ได้รถแข่งสมรรถนะสูง รถแข่งทุกคันได้รับการปรับแต่งขึ้นเพื่อการแข่งขันโดยเฉพาะ ทั้งระบบอัดอากาศ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง การจัดการกำลังเครื่องยนต์ ช่วงล่าง ระบบเบรก และองค์ประกอบด้านอากาศพลศาสตร์ ส่งผลให้สามารถรีดกำลังสูงสุดได้ถึง 285 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 507 นิวตัน-เมตร สะท้อนถึงสมรรถนะ ความทนทาน และศักยภาพของเทคโนโลยีอีซูซุที่ได้รับการพัฒนาสู่สนามแข่งอย่างเต็มรูปแบบ
นอกจากนี้ยังถือเป็นครั้งแรกกับระบบ Telemetry หรือ Isuzu Challenge Technology โปรแกรมที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้นักแข่ง ทีมแข่ง และกรรมการได้เห็นข้อมูลของรถแบบ Real Time และนำข้อมูลมาวิเคราะห์และพัฒนาการขับขี่ ภายใต้กติกาที่เป็นกลาง ชัดเจน โปร่งใส
เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง (Engine & Powertrain)
- เครื่องยนต์ดีเซล 2.2 Ddi MAXFORCE (RZ4F-TC) ปรับจูนใหม่ โดยเพิ่มขีดความสามารถของระบบอัดอากาศและระบบฉีดจ่ายเชื้อเพลิง
- แรงม้าสูงสุด 285 แรงม้า ที่ 4,050 รอบ/นาที
- แรงบิดสูงสุด 507 นิวตัน-เมตร ที่ 3,500 รอบ/นาที
- เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ พร้อมเฟืองท้ายแบบ Limited Slip Differential (LSD)
- ชุดคลัตช์ BK Racing (Eagle B4 Series)
- ระบบระบายความร้อนพร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ และระบบท่อไอเสีย จาก BRD Performance
ช่วงล่างและระบบเบรก (Suspension & Brakes)
- โช้คอัพ Penske แบบ 2 Way Sub-Tank พร้อมชุดแหนบหลังออกแบบพิเศษ
- ดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อจาก Neo Tech พร้อมอุปกรณ์วัดอุณหภูมิความร้อนเบรก
- เบรกหน้า NeoTech EVO-R แบบ 6-Pot จานเบรก 360 มม.
- เบรกหลัง NeoTech EVO-R แบบ 4-Pot
- ผ้าเบรก Ferodo สมรรถนะสูง รองรับอุณหภูมิเบรกที่องศาความร้อนสูง
ตัวถังและล้อออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics and Light Weight on Body & Wheels)
- ชุดแอโรพาร์ทรอบคันจาก TERA Engineering พร้อมไล่เบาด้วยชิ้นส่วน Carbon Composite
- Front Splitter และสปอยเลอร์หลัง แบบปรับระดับองศาได้
- กระบะท้ายดีไซน์ลู่ลมพร้อมครีบรีดลม, โป่งล้อ, สเกิร์ตข้าง และดิฟฟิวเซอร์หลังแบบปรับองศาได้
- ล้อน้ำหนักเบาขนาด 18 นิ้ว (ล้อหลังติดตั้ง Aerodisc)
- ยาง TOYO TIRES PROXES SPORT 2 ขนาด 275/40/R18 (Official Tire)
ภายในและความปลอดภัย (Interior & Safety)
- พวงมาลัย Zestek ดีไซน์เฉพาะ สามารถปรับการใช้งานตามรูปแบบที่ต้องการ
- ระบบ Telemetry (Isuzu Challenge Technology) แบบ Build-in สำหรับวิเคราะห์ข้อมูลรถแข่งขณะแข่งขัน พร้อมวัดชีพจรนักแข่ง
- กระจกมองหลังแบบดิจิตอล (Digital Rear View Mirror)
- อุปกรณ์ความปลอดภัยมาตรฐาน FIA ครบครัน เช่น โรลบาร์, เบาะรถแข่งแบบ Bucket Seat, เข็มขัดนิรภัย Racing Harness แบบ 6 จุด, ตาข่ายนิรภัยฝั่งคนขับ, โซ่ลากจูงหน้า-หลัง และระบบถังดับเพลิงอัตโนมัติ
ผลการแข่งขัน ISUZU CHALLENGE THAILAND 2026 Event 1
รุ่น Overall
- เบอร์ 63 ฐิติพงษ์
- เบอร์ 99 ธนาศิวณัฐ
- เบอร์ 88 วริศ
- เบอร์ 90 นฤนนท์ภัทร
- เบอร์ 22 ธนวัฒน์
รุ่น Pro
- เบอร์ 63 ฐิติพงษ์
- เบอร์ 99 ธนาศิวณัฐ
- เบอร์ 88 วริศ
- เบอร์ 90 นฤนนท์ภัทร
- เบอร์ 22 ธนวัฒน์
รุ่น Amateur
- เบอร์ 46 ดาวิเด
- เบอร์ 15 อลิสา
- เบอร์ 56 บุญทวี
- เบอร์ 5 ธญาณ
สำหรับการแข่งขัน ISUZU CHALLENGE THAILAND 2026 ฤดูกาลนี้ ทำการแข่งขันทั้งสิ้น 3 สนาม รวม 7 Race แบ่งประเภทการแข่งขันออกเป็น 2 รุ่น ได้แก่ PRO และ Amateur โดยมีนักแข่งเข้าร่วมการแข่งขันรวม 15 คัน ตลอดทั้งฤดูกาล ทั้งนี้เพื่อเปิดพื้นที่ให้นักแข่งทั้งระดับมืออาชีพและกลุ่มนักแข่งรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพและพัฒนาประสบการณ์บนสนามแข่งขันจริง ภายใต้รถแข่งมาตรฐานเดียวกัน ชิงเงินรางวัลรวม 541,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลประจำสนามและรางวัลสะสมประจำฤดูกาล ครอบคลุมทั้งประเภท Overall, PRO และ Amateur สำหรับสนามที่เหลือมีดังนี้
- สนามที่ 2 วันที่ 14-16 สิงหาคม 2569 ณ สนามช้างฯ จ.บุรีรัมย์
- สนามที่ 3 วันที่ 14-18 ตุลาคม 2569 ณ สนามสตรีท เซอร์กิต จ.สงขลา



