สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ประกาศอย่างเป็นทางการว่า ประเทศไทยจะได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2034 นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ประเทศไทยได้จัดมหกรรมฟุตบอลระดับโลกครั้งนี้
ความร่วมมือครั้งสำคัญของวงการฟุตบอลไทย
การประกาศดังกล่าวมีขึ้นเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2568 ณ ห้องประชุมสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ โดยมีนายกสมาคมฯ พล.ต.อ. ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง และประธานฟีฟ่า จานนี อินฟานติโน ร่วมแถลงข่าว โดยระบุว่าไทยได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพร่วมกับประเทศในอาเซียนอีกหลายประเทศ ภายใต้แนวคิด 'ฟุตบอลโลกแห่งความหวัง'
พล.ต.อ. ดร.สมยศ กล่าวว่า 'นี่คือความฝันที่เป็นจริงของคนไทยทั้งประเทศ เราจะจัดงานให้ยิ่งใหญ่และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมต้อนรับแฟนบอลจากทั่วโลก'
รายละเอียดการเตรียมความพร้อม
ไทยจะใช้สนามกีฬาหลัก 5 แห่ง ได้แก่ ราชมังคลากีฬาสถาน, สนามศุภชลาศัย, สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.นครราชสีมา, สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี และสนามกีฬากลาง จ.ชลบุรี โดยจะมีการปรับปรุงและก่อสร้างเพิ่มเติมเพื่อให้ได้มาตรฐานฟีฟ่า
นอกจากนี้ รัฐบาลไทยได้อนุมัติงบประมาณเบื้องต้น 5,000 ล้านบาท สำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบขนส่งมวลชน รองรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่คาดว่าจะสูงถึง 1.5 ล้านคนในช่วงการแข่งขัน
ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม
การเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกคาดว่าจะสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 2 แสนล้านบาท จากการท่องเที่ยว การลงทุน และการจ้างงาน โดยเฉพาะในธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และบริการด้านการเดินทาง
ด้านนายกสมาคมฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า 'เราจะใช้โอกาสนี้ในการพัฒนากีฬาฟุตบอลไทยให้ก้าวไกล สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนหันมาเล่นฟุตบอลมากขึ้น'
ปฏิกิริยาจากนานาชาติ
ประธานฟีฟ่า จานนี อินฟานติโน กล่าวชื่นชมความพร้อมของไทยว่า 'ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการจัดงานระดับโลก ผมมั่นใจว่าฟุตบอลโลก 2034 จะเป็นครั้งที่ยอดเยี่ยมที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์'
ขณะที่สหพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (เอเอฟซี) ก็แสดงความยินดีและพร้อมสนับสนุนไทยอย่างเต็มที่ โดยมองว่าการจัดงานครั้งนี้จะช่วยยกระดับฟุตบอลเอเชียให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล



