พรีเมียร์ลีกอังกฤษเตรียมนำระบบกึ่งอัตโนมัติล้ำหน้า (Semi-Automated Offside Technology: SAOT) มาใช้ในฤดูกาล 2025-26 หลังที่ประชุมสโมสรสมาชิก 20 ทีมมีมติเอกฉันท์เห็นชอบในการประชุมเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ตามรายงานของ BBC Sport
ระบบ SAOT จะทำงานอย่างไร
ระบบ SAOT จะใช้กล้อง 30 ตัวที่ติดตั้งอยู่ใต้หลังคาสนามเพื่อติดตามตำแหน่งของผู้เล่นและลูกบอลแบบเรียลไทม์ โดยจะสร้างภาพสามมิติเสมือนจริง (3D avatar) เพื่อแสดงจุดล้ำหน้าอย่างแม่นยำ คาดว่าจะช่วยลดระยะเวลาการเช็ก VAR กรณีล้ำหน้าจากเฉลี่ย 70 วินาทีเหลือเพียง 39 วินาที หรือลดลงถึง 31 วินาที
“นี่คือก้าวสำคัญของพรีเมียร์ลีกในการยกระดับมาตรฐานการตัดสิน” ริชาร์ด มาสเตอร์ส ประธานบริหารพรีเมียร์ลีก กล่าว “เรามั่นใจว่าระบบนี้จะช่วยเพิ่มความแม่นยำและลดความล่าช้าในการแข่งขัน”
การทดสอบและความพร้อม
พรีเมียร์ลีกได้ทดสอบระบบ SAOT ในสภาพแวดล้อมจำลองตลอดฤดูกาลที่ผ่านมา รวมถึงการทดสอบในสนามจริงระหว่างการแข่งขันพรีเมียร์ลีก คัพ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีจากผู้ตัดสินและสโมสร
“การทดสอบแสดงให้เห็นว่าระบบสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในสภาพแวดล้อมการแข่งขันจริง” โทนี่ สโคลส์ หัวหน้าผู้ตัดสินพรีเมียร์ลีกกล่าว “ผู้ตัดสินจะยังคงมีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจขั้นสุดท้าย แต่ SAOT จะช่วยให้พวกเขามีข้อมูลที่แม่นยำมากขึ้น”
ผลกระทบต่อเกมการแข่งขัน
คาดว่าระบบ SAOT จะช่วยลดการหยุดชะงักของเกมที่เกิดจากการเช็ก VAR ล้ำหน้า ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อวิจารณ์หลักของแฟนบอลและผู้เล่น โดยเฉพาะในจังหวะที่ต้องใช้เวลานานในการพิจารณา
นอกจากนี้ ระบบยังช่วยเพิ่มความโปร่งใสในการตัดสิน เนื่องจากภาพสามมิติที่สร้างขึ้นจะถูกแสดงบนจอใหญ่ในสนามและถ่ายทอดทางโทรทัศน์ ทำให้ผู้ชมเข้าใจเหตุผลของการตัดสินได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
การนำไปใช้ในลีกอื่น
ปัจจุบัน ระบบ SAOT ถูกใช้แล้วในยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก และฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ โดยได้รับการตอบรับที่ดีในแง่ของความแม่นยำและความรวดเร็ว พรีเมียร์ลีกจะเป็นลีกแรกในอังกฤษที่นำระบบนี้มาใช้เต็มรูปแบบ
“เราต้องการให้พรีเมียร์ลีกเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมการตัดสิน” มาสเตอร์สกล่าวเสริม “การนำ SAOT มาใช้จะช่วยให้เราก้าวทันเทคโนโลยีและรักษามาตรฐานสูงสุดของลีก”
ค่าใช้จ่ายและการติดตั้ง
การติดตั้งระบบ SAOT จะต้องใช้งบประมาณประมาณ 10 ล้านปอนด์สำหรับการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานในสนามแข่งขันทั้ง 20 แห่ง โดยพรีเมียร์ลีกจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ ขณะที่สโมสรจะต้องรับผิดชอบค่าบำรุงรักษาระบบในระยะยาว
“นี่คือการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่ออนาคตของฟุตบอล” แกรี่ เนวิลล์ อดีตกัปตันทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดและผู้เชี่ยวชาญด้านฟุตบอลกล่าว “ถ้าระบบสามารถลดความผิดพลาดและเพิ่มความยุติธรรมได้ มันก็คุ้มค่าที่จะลงทุน”
พรีเมียร์ลีกคาดว่าระบบ SAOT จะพร้อมใช้งานอย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่เปิดฤดูกาล 2025-26 ในเดือนสิงหาคมปีหน้า



