เนวิน ชิดชอบ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘เสี่ยหนู’ ประกาศยุติบทบาททางการเมืองและการบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา โดยแถลงข่าวที่สนามช้างอารีนา จังหวัดบุรีรัมย์ ต่อหน้าสื่อมวลชนและแฟนบอลจำนวนมาก ถือเป็นการปิดตำนานนักการเมืองและผู้บริหารสโมสรฟุตบอลที่ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของประเทศไทย
เส้นทางการเมืองและฟุตบอลของเนวิน ชิดชอบ
เนวิน ชิดชอบ อดีตนักการเมืองชื่อดังจากพรรคภูมิใจไทย และอดีตผู้บริหารสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ประกาศว่าเขาจะวางมือจากทุกบทบาททางการเมืองและการบริหารสโมสร โดยให้เหตุผลว่าต้องการเปิดทางให้คนรุ่นใหม่และใช้เวลากับครอบครัวมากขึ้น เขากล่าวว่า “ถึงเวลาแล้วที่ต้องปล่อยวาง และให้โอกาสคนรุ่นใหม่ได้สานต่อสิ่งที่เราสร้างมา”
เนวินเริ่มต้นเส้นทางการเมืองในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ ก่อนจะก้าวขึ้นเป็นรัฐมนตรีหลายกระทรวง รวมถึงเป็นแกนนำพรรคภูมิใจไทย ต่อมาในปี 2552 เขาได้เข้าซื้อสโมสรฟุตบอลการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และเปลี่ยนชื่อเป็นบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งภายใต้การบริหารของเขา สโมสรประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ คว้าแชมป์ไทยลีกถึง 7 สมัย และแชมป์เอฟเอคัพอีก 4 สมัย
ความสำเร็จและมรดกที่ทิ้งไว้
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ภายใต้การนำของเนวิน กลายเป็นหนึ่งในสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลไทย ไม่เพียงแต่ในประเทศ แต่ยังสร้างชื่อเสียงในระดับเอเชียด้วยการเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศเอเอฟซีแชมเปียนส์ลีกในปี 2555 และ 2565 นอกจากนี้ สโมสรยังมีสนามเหย้าที่ทันสมัยอย่างสนามช้างอารีนา ซึ่งเป็นสนามฟุตบอลมาตรฐานสากลที่ได้รับการยอมรับจากเอเอฟซี
เนวินยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาวงการฟุตบอลไทยในหลายด้าน เช่น การสนับสนุนเยาวชน การสร้างระบบสโมสรอาชีพที่ยั่งยืน และการยกระดับมาตรฐานการจัดการแข่งขันในประเทศ
ปฏิกิริยาจากวงการฟุตบอลและการเมือง
การประกาศของเนวินสร้างความตกใจและเสียใจให้กับแฟนฟุตบอลและนักการเมืองจำนวนมาก นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ กล่าวชื่นชมเนวินว่าเป็น “บุคคลสำคัญที่ทำให้ฟุตบอลไทยก้าวไปอีกขั้น” ขณะที่นักการเมืองหลายคนก็แสดงความเสียใจต่อการตัดสินใจครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม เนวินยืนยันว่าเขาจะยังคงสนับสนุนสโมสรและวงการฟุตบอลไทยในฐานะแฟนบอล และจะไม่เกี่ยวข้องกับการบริหารใดๆ อีกต่อไป เขากล่าวทิ้งท้ายว่า “ผมทำเต็มที่แล้ว ถึงเวลาให้คนอื่นทำบ้าง”
อนาคตของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
หลังจากการประกาศของเนวิน คำถามสำคัญคือใครจะเข้ามาบริหารสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ต่อจากเขา มีรายงานว่าทายาทของเนวินอาจจะเข้ามารับช่วงต่อ แต่ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ แฟนบอลหวังว่าสโมสรจะยังคงรักษามาตรฐานและความสำเร็จที่ผ่านมาไว้ได้
การจากไปของเนวิน ชิดชอบ ถือเป็นการสิ้นสุดยุคหนึ่งของฟุตบอลไทย แต่ก็เป็นการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพและสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการฟุตบอลไทยต่อไป



