ทำความรู้จัก 'พาเดล' กีฬาผสมเทนนิส-สควอช มาแรงในไทย
ทำความรู้จัก 'พาเดล' กีฬาผสมเทนนิส-สควอช มาแรงในไทย

หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบการออกกำลังกายและติดตามเทรนด์ไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ เชื่อว่าในช่วงปีที่ผ่านมาคุณน่าจะเคยได้ยินชื่อหรือเห็นภาพของกีฬาที่ชื่อว่า "พาเดล" (Padel) ผ่านตากันมาบ้างบนโซเชียลมีเดีย กีฬาชนิดนี้กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดและกลายเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมยุคใหม่ที่ดึงดูดทั้งสายสปอร์ตและสายแฟชั่นให้มารวมตัวกัน

พาเดล (Padel) คือกีฬาอะไร

พาเดลเป็นกีฬาแร็กเกตลูกผสมที่ดึงเอาเสน่ห์ของ "เทนนิส" และ "สควอช" มารวมกัน เล่นบนสนามที่มีขนาดเล็กกว่าสนามเทนนิสประมาณ 25% และล้อมรอบด้วยกระจกหรือตาข่าย กติกาการนับคะแนนจะคล้ายกับเทนนิส แต่ความสนุกและจุดเด่นที่ทำให้พาเดลแตกต่างคือ "การใช้ผนังกระจกให้เป็นประโยชน์" ผู้เล่นสามารถตีลูกที่เด้งกระดอนจากกระจกกลับไปหาคู่ต่อสู้ได้ ทำให้เกมมีความลื่นไหล รวดเร็ว และคาดเดาทิศทางได้ยากขึ้น โดยปกติแล้วพาเดลจะนิยมเล่นแบบคู่ (Doubles) ซึ่งช่วยเพิ่มความสนุกในการวางแผนและการทำงานเป็นทีม

ทำไมพาเดลถึงกลายเป็นเทรนด์กีฬาฮิต

เล่นง่าย สนุกได้ทันที: แม้จะไม่มีพื้นฐานกีฬาแร็กเกตมาก่อนก็สามารถเรียนรู้และสนุกกับพาเดลได้ในเวลาอันรวดเร็ว เพราะไม้พาเดลไม่มีเอ็น (เป็นไม้ทึบเจาะรู) ทำให้ควบคุมทิศทางลูกได้ง่ายกว่า และไม่ต้องใช้พละกำลังในการตีมากเท่าเทนนิส

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

พื้นที่โซเชียลแห่งใหม่: พาเดลไม่ได้เป็นแค่การออกกำลังกาย แต่คือการสร้าง "คอมมูนิตี้" การเล่นแบบคู่และรูปแบบสนามที่ใกล้ชิดกัน ทำให้ผู้เล่นได้พูดคุย มีปฏิสัมพันธ์ และสร้างคอนเนกชันใหม่ๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

แฟชั่นสไตล์ Athleisure: อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้พาเดลฮิตติดลมบนคือเรื่องของแฟชั่น ผู้เล่นสามารถสนุกกับการแต่งตัวสไตล์สปอร์ตผสมแคชชวล (Athleisure) ที่ดูดีมีสไตล์ ถ่ายรูปสวย และสะท้อนตัวตนได้อย่างเต็มที่บนคอร์ต

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง: ด้วยการใช้พื้นที่สนามที่ไม่ใหญ่มาก ทำให้สนามพาเดลสามารถเข้าถึงได้ง่ายในเขตเมือง ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่และสายรักสุขภาพที่ต้องการกิจกรรมสนุกๆ หลังเลิกงานหรือในวันหยุด

กติกาการเล่นพาเดล รู้ไว้ก่อนไปวาดลวดลายบนคอร์ต

แม้พาเดลจะเป็นกีฬาที่เล่นง่าย แต่ก็มีกติกาและลูกเล่นเฉพาะตัวที่ทำให้กีฬานี้สนุกและมีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร ลำดับแรกคือการนับคะแนน ใช้ระบบเดียวกับเทนนิส คือ 15, 30, 40 และเกม (หากเสมอ 40-40 จะเรียกว่า Deuce) โดยปกติจะแข่งขันกันเพื่อหาผู้ชนะแบบ 2 ใน 3 เซ็ต

สิ่งสำคัญคือการเสิร์ฟ โดยต้องเสิร์ฟมือล่างเท่านั้น (Underhand Serve) ซึ่งต่างจากเทนนิสอย่างชัดเจน ผู้เล่นจะไม่โยนลูกขึ้นฟ้าแล้วตบ แต่จะต้องปล่อยลูกให้เด้งพื้นฝั่งตัวเอง 1 ครั้ง แล้วใช้แร็กเกตตีลูกในระดับ "ต่ำกว่าเอว" ให้ลอยข้ามเน็ตไปตกในกรอบบริการทแยงมุมของฝั่งตรงข้าม

ไฮไลต์ที่ทำให้พาเดลสนุกและพลิกแพลงได้ตลอดเวลาคือการเล่นกับกำแพงกระจก ลูกจะสามารถเด้งพื้นได้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น แต่หลังจากเด้งพื้นแล้ว ลูกสามารถไปกระดอนชนกำแพงกระจกด้านหลังหรือด้านข้างได้ ซึ่งผู้เล่นสามารถรอจังหวะตีลูกที่เด้งจากกระจกนั้นกลับไปหาคู่ต่อสู้ได้เลย หรือในยามคับขัน จะตีชิ่งอัดกระจกฝั่งตัวเองเพื่อให้ลูกสะท้อนข้ามเน็ตไปก็ทำได้เช่นกัน กฎเหล็กที่ต้องระวังคือ หากคุณตีลูกข้ามไปแล้วลูกลอยไปชนกระจกหรือตะแกรงฝั่งตรงข้าม "ก่อน" ที่จะตกกระทบพื้นสนาม จะถือว่าลูกนั้นออก (Out) เสียแต้มทันที

ด้วยกติกาที่เน้นการเล่นกับทิศทางลม การกะระยะเด้งของกระจก มากกว่าการใช้พละกำลังความแรง พาเดลจึงนิยมเล่นแบบคู่ (Doubles) เพื่อให้เกิดการวางแผน ซัพพอร์ตกัน และเล่นร่วมกันเป็นทีม

อยากสัมผัสคอมมูนิตี้พาเดลในไทย เริ่มต้นได้ที่ไหน

สำหรับใครที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกอยากหยิบไม้ไปลองวาดลวดลายบนคอร์ต หรืออยากไปสัมผัสบรรยากาศความสนุกของการแข่งขันกีฬาชนิดนี้อย่างใกล้ชิด ปัจจุบันในไทยเริ่มมีสนามและกิจกรรมที่ผลักดันกีฬาชนิดนี้มากขึ้นเรื่อยๆ

สำหรับใครที่กำลังมองหาพื้นที่ฝึกซ้อมหรือแฮงเอาต์กับแก๊งเพื่อน ปัจจุบันในกรุงเทพฯ มีสนามพาเดลเปิดให้บริการหลายแห่ง ซึ่งแต่ละที่ก็มีคาแรกเตอร์ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ต่างกันออกไป เช่น สายชอบตีดึกต้อง Playerbox ย่านบรรทัดทองที่เปิด 24 ชั่วโมง ตีเสร็จเดินสายกินต่อได้เลย หรือถ้าชอบเน้นสังสรรค์ชิลๆ สไตล์ Social Padel ต้องไปที่ Bel Club 22 ส่วนใครขี้ร้อน Baan Padel ก็มีสนามติดแอร์ให้เล่นแบบเย็นฉ่ำ

นอกจากนี้ยังมีสนามวิวเมืองบนดาดฟ้าอย่าง Bangkok Padel รวมถึงคลับฮิตๆ ที่ได้มาตรฐานระดับนานาชาติอย่าง No Drama Padel และ Pad Thai Padel ย่านคลองเตย ซึ่งคลับเหล่านี้ล้วนมีบริการให้เช่าไม้ ลูกพาเดล และมีคลาสสอนสำหรับมือใหม่แบบครบจบ

เมื่อฝึกฝนจนมั่นใจ หรืออยากไปสัมผัสพลังของคอมมูนิตี้ที่ใหญ่ขึ้น หนึ่งในอีเวนต์ที่ถือเป็นจุดรวมพลคนรักพาเดลในตอนนี้คือทัวร์นาเมนต์ "Club Med Padel Cup 2.0" จัดโดยคลับเมด (Club Med) แบรนด์รีสอร์ตระดับโลกที่เข้ามาจับเทรนด์นี้อย่างจริงจัง ความน่าสนใจคือเขาไม่ได้จัดเพื่อเน้นการแข่งขันเอาชนะเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการสร้างคอมมูนิตี้สายแอคทีฟให้มาสนุกร่วมกัน

งานนี้จะมีการจัดการแข่งขัน City Tournament กลางกรุง ในวันที่ 2 สิงหาคม 2569 ณ Sterling Sport and Wellness กรุงเทพฯ อีกหนึ่งคลับพาเดลสุดฮิตที่สายสปอร์ตไลฟ์สไตล์นิยมไปเช็กอิน โดยเปิดโอกาสให้นักกีฬาจากทั้งไทยและต่างชาติ มาร่วมประชันฝีมือกันแบบสดๆ ก่อนที่ผู้ชนะจะได้บินไปแข่งรอบชิงชนะเลิศที่คลับเมด ภูเก็ต ซึ่งถือเป็นทัวร์นาเมนต์ที่ผสานทั้งความเร้าใจของการแข่งขัน การสร้างคอนเนกชันใหม่ๆ และรางวัลใหญ่ระดับพรีเมียมอย่างแพ็กเกจบินลัดฟ้าสู่คลับเมด แอฟริกาใต้ ไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

หากคุณกำลังมองหากิจกรรมใหม่ๆ ที่ได้ทั้งเหงื่อ ได้เพื่อน และได้สนุกกับแฟชั่นสุดชิค "พาเดล" คือคำตอบที่ใช่ที่สุดในเวลานี้ ใครที่สนใจอยากลองไปสัมผัสบรรยากาศการแข่งขัน หรืออยากเริ่มต้นเล่นพาเดลดูบ้าง สามารถเข้าไปดูรายละเอียดงานเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของ Club Med หรือ sterlingbkk รับรองว่าถ้าได้ลองสัมผัสบรรยากาศจริง คุณอาจจะได้กีฬาโปรดใหม่ไว้เล่นกับแก๊งเพื่อนในวันหยุดนี้แน่นอน