นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ออกมาให้ความมั่นใจถึงกรณีที่กัมพูชาได้รับเลือกเป็นสมาชิกคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลเพื่อการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก (UNESCO) ในวาระปี 2569-2573 ว่า จะไม่ส่งผลกระทบต่อการยื่นขึ้นทะเบียนชุดไทยพระราชนิยมและมวยไทยของประเทศไทย
ยูเนสโกใช้ระบบพหุภาคี
รัฐมนตรีซาบีดากล่าวว่า การพิจารณาขึ้นทะเบียนมรดกวัฒนธรรมของยูเนสโกดำเนินการในรูปแบบพหุภาคี โดยประเทศไทยเป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริหารยูเนสโก (UNESCO Executive Board) ตั้งแต่ปี 2568 และจะดำรงตำแหน่งจนถึงปี 2572 ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้เป็นคณะกรรมการชุดใหญ่ที่มีหน้าที่กำหนดทิศทางองค์กรและดูแลทุกภารกิจของยูเนสโก ในกลุ่มเอเชีย-แปซิฟิกมีประเทศที่เป็นคณะกรรมการ ได้แก่ เวียดนาม อินเดีย เกาหลีใต้ จีน ปากีสถาน มาเลเซีย และไทย
ไม่มีชาติใดมีอำนาจเบ็ดเสร็จ
นางสาวซาบีดายืนยันว่า การที่กัมพูชาได้รับเลือกเป็นสมาชิกคณะกรรมการฯ ไม่ได้หมายความว่ากัมพูชาจะมีอำนาจเหนือกระบวนการพิจารณาของยูเนสโก เพราะยูเนสโกมีขั้นตอนที่เป็นสากล มีการพิจารณาข้อมูลทางวิชาการอย่างรอบด้าน ครบทุกมิติ การดำเนินงานเป็นแบบพหุภาคี ดังนั้นประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงลำพังไม่สามารถคัดค้านหรือแย้งมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของประเทศอื่นได้
มั่นใจในหลักฐานทางวิชาการ
สำหรับการยื่นเอกสารขึ้นทะเบียนมรดกวัฒนธรรม โดยเฉพาะชุดไทยพระราชนิยมและมวยไทย รัฐมนตรีซาบีดาระบุว่า กระทรวงวัฒนธรรมมีความมั่นใจในเอกสารหลักฐานที่ยื่น เนื่องจากกระบวนการพิจารณาจะต้องผ่านการตรวจสอบทางวิชาการจากคณะผู้ประเมินอิสระ (Evaluation Body) ซึ่งข้อมูลหลักฐานทางวิชาการของไทยครบถ้วน ทั้งข้อมูลประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญาการออกแบบ หลักฐานภาพถ่าย และการใช้ในสังคมไทยตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน กระทรวงฯ ได้ประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในเรื่องข้อมูล และยืนยันว่าข้อมูลครบถ้วนทุกมิติ โดยจะดำเนินการเชิงรุก ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป



