กรมราชทัณฑ์ชี้แจงการพักการลงโทษ 'ทักษิณ' เข้าเกณฑ์ 10 พ.ค. ปล่อยตัว 11 พ.ค. 2569
กรมราชทัณฑ์ได้ออกเอกสารชี้แจงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับ "การพักการลงโทษของอดีตนายกรัฐมนตรี" โดยระบุรายละเอียดกรณีของนายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ตามคำสั่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
กำหนดโทษและเงื่อนไขการพักการลงโทษ
นายทักษิณมีกำหนดโทษจำคุก 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2568 และจะพ้นโทษในวันที่ 9 กันยายน 2569 กรมราชทัณฑ์อธิบายว่า การพักการลงโทษจะเกิดขึ้นได้หากนักโทษเด็ดขาดมีคุณสมบัติครบถ้วนตาม พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 52 (7) และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง รวมถึงต้องผ่านการพิจารณาจากคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ
โดยเงื่อนไขสำคัญคือ นักโทษต้องรับโทษจำคุกมาแล้ว 2 ใน 3 ของกำหนดโทษ และจะได้รับประโยชน์จากการพักการลงโทษไม่เกิน 1 ใน 3 ของกำหนดโทษ 1 ปี
การคำนวณระยะเวลาและวันที่เข้าเกณฑ์
กรมราชทัณฑ์ได้คำนวณระยะเวลาการเข้าเกณฑ์การพักการลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 21 ซึ่งกำหนดให้:
- นับวันเริ่มจำคุกรวมคำนวณเข้าด้วย และนับเป็น 1 วันเต็ม
- หากกำหนดเป็นเดือน ให้นับ 30 วันเป็น 1 เดือน
- หากกำหนดเป็นปี ให้คำนวณตามปีปฏิทินในราชการ
สำหรับนายทักษิณ การคำนวณ 2 ใน 3 ของกำหนดโทษ 1 ปี (365 วัน) เท่ากับ 244 วัน หรือ 8 เดือน 4 วัน ซึ่งตรงกับวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 ดังนั้น เขาจะเข้าเกณฑ์การพักการลงโทษในวันดังกล่าว และสามารถปล่อยตัวพักการลงโทษได้ในวันถัดไป คือ 11 พฤษภาคม 2569
การติดตามตัวและหลักการดำเนินการ
กรมราชทัณฑ์ย้ำว่า การจะติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวกับนายทักษิณหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ โดยการพิจารณาพักการลงโทษกับนักโทษเด็ดขาดแต่ละรายเป็นการดำเนินการตามกรอบกฎหมาย กฎกระทรวง ระเบียบ แนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด โดยมิได้เลือกปฏิบัติหรือดำเนินการนอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนดไว้
นอกจากนี้ ยังมีการอ้างอิงถึงคำสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมที่ให้ทบทวนหลักเกณฑ์การส่งผู้ต้องขังรักษานอกเรือนจำ ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามในการปรับปรุงระบบราชทัณฑ์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล



