อินเดียกำลังเผชิญกับการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน XBB.1.16 ที่ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในรอบเดือนที่ผ่านมา พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นถึง 13 เท่า สร้างความกังวลให้กับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและองค์การอนามัยโลก
สถานการณ์การระบาดในอินเดีย
ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขอินเดียระบุว่า ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา มีการตรวจพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์ XBB.1.16 มากกว่า 1,000 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในรัฐมหาราษฏระและรัฐเกรละ ที่มีผู้ติดเชื้อหนาแน่นที่สุด
ดร. ราจีฟ กุมาร์ หัวหน้านักระบาดวิทยาของอินเดีย กล่าวว่า สายพันธุ์นี้มีการกลายพันธุ์ที่ตำแหน่ง E484K และ L452R ซึ่งอาจทำให้เชื้อสามารถหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้น แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าทำให้อาการรุนแรงมากขึ้น
อาการของผู้ติดเชื้อ
ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น มีไข้สูง เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามตัว และไอแห้งๆ โดยบางรายมีอาการตาแดงและเยื่อบุตาอักเสบ ซึ่งเป็นอาการที่พบได้ในสายพันธุ์ย่อยของโอไมครอน
การตอบสนองขององค์การอนามัยโลก
องค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้ XBB.1.16 เป็นสายพันธุ์ที่อยู่ภายใต้การเฝ้าระวัง (Variant Under Monitoring) ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา และกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ดร. มาเรีย แวน เคอร์โคฟ หัวหน้าฝ่ายเทคนิคขององค์การอนามัยโลก กล่าวว่า แม้ XBB.1.16 จะแพร่กระจายได้เร็ว แต่ยังไม่มีข้อมูลว่าทำให้เกิดโรครุนแรงกว่าสายพันธุ์อื่นๆ ในปัจจุบัน
มาตรการป้องกัน
รัฐบาลอินเดียได้เรียกร้องให้ประชาชนกลับมาสวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะอีกครั้ง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการระบาดสูง พร้อมทั้งเร่งรัดการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นให้กับกลุ่มเสี่ยง
- สวมหน้ากากอนามัยในพื้นที่แออัด
- ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้มีอาการป่วย
- รับวัคซีนเข็มกระตุ้นตามคำแนะนำของแพทย์
ผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ
การระบาดที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้หลายประเทศเริ่มใช้มาตรการตรวจคัดกรองผู้เดินทางจากอินเดียอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะสิงคโปร์ มาเลเซีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นประเทศที่มีเที่ยวบินตรงจากอินเดียจำนวนมาก
นักวิเคราะห์คาดว่าการระบาดครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอินเดียในระยะสั้น แต่เชื่อว่าจะไม่รุนแรงเท่าการระบาดของสายพันธุ์เดลตาในปี 2564



