สหรัฐฯ ส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน USS George H.W. Bush เสริมกำลังตะวันออกกลาง หวั่นสงครามอิหร่านยืดเยื้อ
สหรัฐฯ ส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน USS George H.W. Bush เสริมกำลังตะวันออกกลาง

สหรัฐฯ เสริมกำลังเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 3 ในตะวันออกกลาง หวั่นสงครามอิหร่านยืดเยื้อ

มีรายงานข่าวล่าสุดว่า สหรัฐอเมริกาได้ส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน USS George H.W. Bush เข้าเสริมกำลังในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งถือเป็นการส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 3 ไปยังพื้นที่ดังกล่าวในระยะเวลาอันสั้น ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลจากหลายฝ่ายว่าสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านอาจไม่จบลงเร็วอย่างที่คาดหวังไว้แต่แรก

ทรัมป์ประกาศสงครามจะจบเร็ว แต่ส่งสัญญาณเสริมกำลังรุนแรง

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้ขึ้นกล่าวปราศรัยต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรครีพับลิกันที่รัฐฟลอริดา โดยระบุว่า สงครามกับอิหร่านจะจบลงค่อนข้างเร็ว และโลกจะปลอดภัยยิ่งขึ้นทันทีที่สงครามสิ้นสุดลง นอกจากนี้ เขายังเปิดเผยว่า สหรัฐฯ ได้โจมตีเป้าหมายมากกว่า 5,000 แห่ง ในระหว่างการทำสงครามกับอิหร่าน ซึ่งบางเป้าหมายมีความสำคัญอย่างยิ่ง

อย่างไรก็ตาม การประกาศดังกล่าวของทรัมป์กลับขัดแย้งกับความเคลื่อนไหวทางทหารที่เห็นได้ชัด เมื่อสหรัฐฯ ส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน USS George H.W. Bush ไปยังตะวันออกกลางเพิ่มเติม หลังเสร็จสิ้นการฝึกซ้อมเมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา แม้ยังไม่มีการยืนยันข้อมูลอย่างเป็นทางการจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ แต่เรือลำนี้มีแนวโน้มจะกลายเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 3 ที่สหรัฐฯ ส่งไปเสริมกำลังต่อกรกับอิหร่าน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เรือ USS George H.W. Bush มีศักยภาพรบสูงกว่าลำก่อนหน้า

USS George H.W. Bush เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ชั้นนิมิตซ์ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับ USS Abraham Lincoln โดยตัวเรือยาวเกือบ 333 เมตร สามารถบรรทุกอากาศยานได้มากถึง 90 ลำ และมีลูกเรือกว่า 6,000 นาย เมื่อเทียบกับเรือบรรทุกเครื่องบิน 2 ลำก่อนหน้านี้ ทั้ง USS Abraham Lincoln และ USS Gerald R. Ford จะพบว่า USS George H.W. Bush มีกำลังรบที่มากกว่าอย่างเห็นได้ชัด

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าเรือลำนี้จะถูกส่งไปร่วมภารกิจเป็นลำที่ 2 แต่สุดท้ายกลับมีการส่ง USS Gerald R. Bush ไปแทน ขณะนี้คาดว่าเรือบรรทุกเครื่องบิน USS George H.W. Bush จะมุ่งหน้าไปทางตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เพื่อเสริมกำลังในภูมิภาค

ระบบป้องกันขีปนาวุธจากเกาหลีใต้ถูกเคลื่อนย้ายเสริมสมรภูมิ

นอกจากเรือบรรทุกเครื่องบินแล้ว แหล่งข่าวจากรัฐบาลเกาหลีใต้ยังให้ข้อมูลกับสื่อท้องถิ่นหลายสำนัก ยืนยันว่าระบบป้องกันขีปนาวุธ Patriot กำลังถูกเตรียมพร้อมเพื่อย้ายไปประจำการใหม่ในตะวันออกกลาง โดยมีเครื่องบินขนส่งขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าเป็นเครื่องบิน C-17 บินไปยังฐานทัพอากาศโอซาน เพื่อขนย้ายระบบดังกล่าว

ไม่เพียงแค่ระบบ Patriot แต่ระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD ก็มีรายงานว่าถูกถอนออกจากเกาหลีใต้ เพื่อเสริมกำลังที่ฐานทัพในตะวันออกกลางเช่นกัน ระบบต่อต้านขีปนาวุธทั้ง 2 ระบบนี้ถือเป็นยุทโธปกรณ์ระดับสูงที่มีความแม่นยำ และจะเป็นอาวุธที่สหรัฐฯ อาจขาดแคลนหากสงครามยืดเยื้อ

ความกังวลต่อความมั่นคงในเอเชียเพิ่มสูงขึ้น

การเคลื่อนย้ายอาวุธเหล่านี้ถือเป็นเหตุการณ์ที่ค่อนข้างผิดปกติ และสร้างความกังวลให้กับเกาหลีใต้ไม่น้อย เพราะอาจส่งผลต่อความมั่นคงของคาบสมุทรเกาหลี นักวิเคราะห์ชี้ว่า หากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ยืดเยื้อเกินกว่า 4-5 สัปดาห์ตามที่ผู้นำสหรัฐฯ เคยระบุ ยุทโธปกรณ์และทหารอเมริกันที่ประจำการอยู่ในเกาหลีใต้ อาจถูกดึงไปยังสมรภูมิในตะวันออกกลางด้วย

เกาหลีใต้เป็นประเทศเดียวในต่างแดนที่มีระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD ของกองทัพสหรัฐฯ ประจำการอยู่ถาวร ซึ่งระบบนี้เคยถูกใช้มากถึง 150 ลูกในช่วงสงคราม 12 วันในปี 2568 ดังนั้นหากสงครามครั้งนี้ยืดเยื้อ สหรัฐฯ อาจดึงกำลังจากฐานในเกาหลีใต้มาใช้มากขึ้น

นอกจากนี้ การเคลื่อนย้ายขีปนาวุธจากภูมิภาคเอเชียยังทำให้ญี่ปุ่นและไต้หวันกังวลไม่ต่างกัน ว่าหากสหรัฐฯ โยกย้ายยุทโธปกรณ์หรือกำลังพลออกไป จีนอาจใช้โอกาสนี้เข้ามาฉวยโอกาสได้ ท่ามกลางสถานการณ์ในแถบภูมิภาคที่ร้อนระอุเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว