ทำเนียบขาวเผยภาพประวัติศาสตร์! ทรัมป์สวมหมวก USA บัญชาการรบถล่มอิหร่านในวอร์รูม
ทรัมป์สวมหมวก USA บัญชาการรบถล่มอิหร่านในวอร์รูม

ทำเนียบขาวเผยภาพประวัติศาสตร์! ทรัมป์สวมหมวก USA บัญชาการรบถล่มอิหร่านในวอร์รูม

ทำเนียบขาวสหรัฐฯ ได้เผยแพร่ภาพถ่ายทางการผ่านบัญชี X เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 ซึ่งสร้างความฮือฮาในวงการการเมืองและความมั่นคงระหว่างประเทศ ภาพดังกล่าวแสดงให้เห็นนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ นั่งติดตามสถานการณ์ปฏิบัติการทางทหารที่มีชื่อรหัสว่า “Operation Epic Fury” จากห้องวอร์รูมลับ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ โดยมีบุคคลสำคัญระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐฯ ร่วมอยู่ในห้องด้วย

รายละเอียดในภาพวอร์รูมและสัญลักษณ์บนหมวกของทรัมป์

จากภาพที่เผยแพร่ จะสังเกตเห็นว่าทรัมป์สวมหมวกแก๊ปสีขาวที่มีตัวอักษร USA และตัวเลข 45-47 ปรากฏอยู่อย่างชัดเจน ซึ่งสื่อความหมายถึงตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 45 และ 47 ของสหรัฐฯ อันเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงบทบาททางการเมืองของเขา นอกจากนี้ ในภาพยังมีพลเอกแดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วม ชี้ไปยังภาพบนจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ ซึ่งดูเหมือนแสดงยุทโธปกรณ์ทางทหารในทะเลอาหรับ ทางตอนใต้ของอิหร่าน น่าสนใจที่พลเอกเคนปรากฏตัวในชุดลำลอง แตกต่างจากภาพลักษณ์ปกติที่มักสวมเครื่องแบบเมื่อเข้าพบประธานาธิบดี

บุคคลสำคัญที่ร่วมอยู่ในห้องวอร์รูมและอุปกรณ์ที่ดึงความสนใจ

ในภาพนี้ยังเผยให้เห็นบุคคลสำคัญอื่นๆ เช่น นายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ และนางซูซี ไวลส์ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว ซึ่งร่วมอยู่ในห้องวอร์รูมด้วย สื่อสหรัฐฯ รายงานเพิ่มเติมว่าในภาพหนึ่งเผยให้เห็นนายพีท เฮกเศธ รัฐมนตรีกลาโหม อยู่บริเวณด้านซ้ายของภาพ โดยเขามีกำหนดชี้แจงต่อสภาคองเกรสร่วมกับนายรูบิโอ ผู้อำนวยการซีไอเอ และประธานเสนาธิการร่วมในวันเดียวกัน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ขณะเดียวกัน มีการตั้งข้อสังเกตว่านางไวลส์สวมอุปกรณ์คล้ายสมาร์ตวอตช์ในพื้นที่ความมั่นคงสูง ซึ่งปกติอุปกรณ์ลักษณะนี้อาจมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย แต่ทำเนียบขาวได้ชี้แจงว่าเป็นอุปกรณ์ติดตามสุขภาพที่ไม่มีไมโครโฟนหรือระบบจีพีเอส จึงไม่ก่อให้เกิดภัยคุกคามต่อความลับทางการทหาร

รายละเอียดของปฏิบัติการทางทหารและผลกระทบต่อภูมิภาค

ปฏิบัติการ “Operation Epic Fury” นี้ เป็นการโจมตีเป้าหมายในอิหร่านมากกว่า 1,000 จุด โดยมุ่งเป้าไปที่ระบบบัญชาการควบคุม ระบบป้องกันภัยทางอากาศ และฐานยิงขีปนาวุธ รวมถึงกองบัญชาการของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม ด้านอิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนใส่อิสราเอล ฐานทัพสหรัฐฯ และเป้าหมายพลเรือนในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยืนยันเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 ว่าปฏิบัติการนี้จะไม่กลายเป็น “สงครามไม่รู้จบ” แม้ว่ายังไม่มีการกำหนดกรอบเวลาที่แน่ชัดสำหรับการยุติการโจมตีก็ตาม สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลาง และอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของภูมิภาคในระยะยาว