สหรัฐฯ เตรียมส่งกำลังทหารเพิ่มไปตะวันออกกลาง หลังอิสราเอล-ฮิซบอลเลาะห์ปะทะหนัก
สหรัฐฯ เตรียมส่งทหารเพิ่มไปตะวันออกกลาง หลังอิสราเอล-ฮิซบอลเลาะห์ปะทะหนัก

กระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา หรือเพนตากอน ประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ 23 กันยายน 2567 ว่า สหรัฐฯ กำลังส่งกำลังทหารเพิ่มเติมไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อตอบสนองต่อความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน โดยการส่งกำลังครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างการป้องกันและปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในภูมิภาค

รายละเอียดการส่งกำลังทหาร

แซบรินา ซิงห์ โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวในแถลงการณ์ว่า กำลังทหารที่ส่งเพิ่มเติมจะประกอบไปด้วยหน่วยปฏิบัติการพิเศษและทรัพยากรทางทหารอื่นๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันภัยทางอากาศและการโจมตีทางอากาศ อย่างไรก็ตาม เธอไม่ได้ระบุจำนวนทหารที่แน่นอน แต่ยืนยันว่าการส่งกำลังครั้งนี้เป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ในการป้องกันเท่านั้น

ความตึงเครียดในภูมิภาค

การประกาศดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่อิสราเอลและฮิซบอลเลาะห์มีการปะทะกันอย่างรุนแรงตลอดช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศหลายครั้งในพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอน ขณะที่ฮิซบอลเลาะห์ยิงจรวดและโดรนเข้าใส่พื้นที่ทางตอนเหนือของอิสราเอล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทั้งสองฝ่าย

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ตามรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ เมื่อวันจันทร์ที่ 23 กันยายน มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 182 รายในเลบานอน และบาดเจ็บกว่า 700 รายจากการโจมตีของอิสราเอล ซึ่งนับเป็นวันที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในรอบเกือบปีนับตั้งแต่เริ่มความขัดแย้ง

การตอบสนองของสหรัฐฯ

สหรัฐฯ ซึ่งเป็นพันธมิตรหลักของอิสราเอล ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสงครามเต็มรูปแบบในภูมิภาค

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

“ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้รับฟังรายงานสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และสั่งการให้กระทรวงกลาโหมดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องบุคลากรและผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง” ซิงห์กล่าวเพิ่มเติม

ผลกระทบต่อภูมิภาค

ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงชี้ว่า การส่งกำลังทหารสหรัฐฯ เพิ่มเติมอาจช่วยลดความเสี่ยงของการขยายความขัดแย้ง แต่ก็อาจทำให้สถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้น เนื่องจากอิหร่านซึ่งเป็นผู้สนับสนุนฮิซบอลเลาะห์อาจมองว่าการเคลื่อนไหวนี้เป็นการยั่วยุ

ขณะนี้ สหประชาชาติและหลายประเทศในภูมิภาคกำลังเร่งเจรจาเพื่อหาทางยุติความรุนแรง โดยหวังว่าจะสามารถป้องกันไม่ให้เกิดสงครามครั้งใหญ่ที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของตะวันออกกลางทั้งหมด