กกต.สหรัฐฯ รับรองผลเลือกตั้ง ทรัมป์คว้าชัยอย่างเป็นทางการ
กกต.สหรัฐฯ รับรองผลเลือกตั้ง ทรัมป์คว้าชัยอย่างเป็นทางการ

กกต.สหรัฐฯ รับรองผลเลือกตั้งประธานาธิบดี

คณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งสหรัฐอเมริกา (FEC) ได้ดำเนินการรับรองผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2568 (ตามเวลาท้องถิ่น) ส่งผลให้โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกัน ได้รับชัยชนะอย่างสมบูรณ์ตามกระบวนการทางกฎหมาย การรับรองครั้งนี้ถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนการเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 มกราคมนี้

คะแนนคณะผู้เลือกตั้งชี้ขาดทรัมป์ชนะ

ผลการนับคะแนนจากคณะผู้เลือกตั้ง (Electoral College) ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจาก 50 รัฐและ District of Columbia ปรากฏว่า ทรัมป์ได้รับคะแนนเสียง 312 เสียง ขณะที่คามาลา แฮร์ริส จากพรรคเดโมแครต ได้ 226 เสียง โดยทรัมป์สามารถคว้าชัยในรัฐสมรภูมิสำคัญหลายแห่ง รวมถึงรัฐฟลอริดา รัฐเพนซิลเวเนีย และรัฐโอไฮโอ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เขาได้คะแนนคณะผู้เลือกตั้งเกิน 270 เสียงตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด

ทรัมป์ขอบคุณผู้สนับสนุน ประกาศเดินหน้านโยบาย

ภายหลังการรับรองผล ทรัมป์ได้ออกแถลงการณ์ขอบคุณผู้สนับสนุนทุกคน โดยระบุว่า "นี่คือชัยชนะของประชาชนอเมริกัน เราจะทำให้อเมริกายิ่งใหญ่กว่าที่เคย" พร้อมประกาศจะเดินหน้านโยบายที่หาเสียงไว้ เช่น การลดภาษี การควบคุมชายแดน และการกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่วนคามาลา แฮร์ริส ซึ่งพ่ายแพ้การเลือกตั้ง ได้แสดงความยินดีกับทรัมป์ และเรียกร้องให้ประชาชนรวมชาติกัน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

กระบวนการรับรองของ FEC และความสำคัญ

คณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งสหรัฐฯ มีหน้าที่รับรองผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการ โดยต้องตรวจสอบความถูกต้องของคะแนนจากทุกรัฐ กระบวนการนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ มาตรา 2 และพระราชบัญญัติการนับคะแนนเลือกตั้ง (Electoral Count Act) ซึ่งกำหนดให้มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อรับรองผลในวันที่ 6 มกราคม แต่ในปีนี้ FEC ได้ดำเนินการรับรองล่วงหน้าเนื่องจากสถานการณ์พิเศษ โดยไม่มีข้อโต้แย้งจากพรรคเดโมแครต

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและนโยบายต่างประเทศ

การรับรองผลการเลือกตั้งครั้งนี้ส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยดัชนี S&P 500 ปรับขึ้น 1.2% ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย นักวิเคราะห์คาดว่า ทรัมป์จะดำเนินนโยบายที่เอื้อต่อธุรกิจในประเทศ รวมถึงการต่อรองทางการค้ากับจีนและยุโรปที่เข้มงวดขึ้น นอกจากนี้ ทรัมป์ยังมีแผนที่จะถอนสหรัฐฯ ออกจากข้อตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอีกครั้ง ซึ่งอาจกระทบต่อความร่วมมือระหว่างประเทศ