สหรัฐอเมริกาได้ประกาศยกเลิกการลงนามข้อตกลงยุติสงครามกับอิหร่านอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้กระบวนการสันติภาพในภูมิภาคตะวันออกกลางต้องหยุดชะงักลงอย่างสิ้นเชิง การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นระหว่างสองประเทศ โดยสหรัฐฯ อ้างถึงการละเมิดข้อตกลงก่อนหน้านี้ของอิหร่านเป็นเหตุผลหลักในการถอนตัว
ผลกระทบต่อภูมิภาค
การยกเลิกข้อตกลงครั้งนี้สร้างความกังวลให้กับนานาชาติ โดยเฉพาะประเทศในตะวันออกกลางที่หวังว่าข้อตกลงจะนำไปสู่เสถียรภาพและความปลอดภัยที่ยั่งยืน ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าการเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ อาจนำไปสู่การเพิ่มความรุนแรงและความขัดแย้งในภูมิภาค
ปฏิกิริยาจากอิหร่าน
อิหร่านตอบโต้ด้วยการประณามการตัดสินใจของสหรัฐฯ โดยระบุว่าเป็นการกระทำที่ไม่รับผิดชอบและเป็นการละเมิดพันธกรณีระหว่างประเทศ รัฐบาลอิหร่านประกาศว่าจะยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ต่อไป โดยไม่สนใจแรงกดดันจากภายนอก
ท่าทีของประชาคมโลก
สหประชาชาติและสหภาพยุโรปต่างเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายกลับมาเจรจาเพื่อหาทางออกอย่างสันติ ขณะที่รัสเซียและจีนแสดงความผิดหวังต่อการตัดสินใจของสหรัฐฯ และเสนอตัวเป็นคนกลางในการไกล่เกลี่ย
สถานการณ์ในประเทศอื่นๆ
ขณะเดียวกัน ในประเทศไทย มีรายงานข่าวสำคัญหลายเรื่อง อาทิ การรวบแก๊งทมิฬที่ก่อเหตุอุ้มฆ่าหนุ่ม 40 ปีเพื่อปิดปากพยาน โดยเจ้าหน้าที่กำลังเร่งล่าผู้บงการ รวมถึงกรณีของนายภาวุธที่ชี้แจงเรื่องเงิน 28 ล้านบาทที่ได้จากการเทรดทองคำ โดยปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับ Forex และดีเอสไอยังไม่ฟันธงคดีเลือกตั้ง ส.ส.ร. โดยยืนยันว่าข้อห้ามเฉพาะกรรมาธิการยกร่างเท่านั้น
นอกจากนี้ ฝ่ายค้านและสมาชิกวุฒิสภาได้หารือกับศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับกรณีที่พรรคส้มถูกกล่าวหาว่าแจก AI ในโครงการภาค 2 ขณะที่ประชาชนสามารถสักการะหน้าพระโกศได้ตั้งแต่วันที่ 27 มิถุนายน โดยมีรายงานว่า องค์หริภาได้ทรงปรุงเครื่องเสวยที่โปรดของพระองค์ภา และทรงบาตรตามประเพณี



