UNSC จัดประชุมฉุกเฉินหลังอิสราเอล-สหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน หวังยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
UNSC ประชุมฉุกเฉินหลังอิสราเอล-สหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน

UNSC จัดประชุมฉุกเฉินหวังยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลางหลังอิสราเอล-สหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน

คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ได้จัดการประชุมฉุกเฉินขึ้นที่นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หลังเกิดเหตุการณ์สำคัญเมื่ออิสราเอลและสหรัฐอเมริกาเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งตรงกับวันที่ 1 มีนาคม 2569 ตามเวลาในประเทศไทย การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

กูเตร์เรสแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียโอกาสทางการทูต

อันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ได้กล่าวต่อที่ประชุมด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า เขารู้สึกเสียใจอย่างยิ่งที่โอกาสทางการทูตถูกปล่อยให้สูญเปล่า หลังจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลตัดสินใจเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ทั้งๆ ที่เพิ่งมีการเจรจาทางอ้อมรอบที่ 3 ในประเด็นนิวเคลียร์เสร็จสิ้นไป และมีการเตรียมการสำหรับการเจรจาในสัปดาห์หน้าอยู่แล้ว นอกจากนี้ เขายังเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องลดความตึงเครียดและยุติการสู้รบโดยทันที ก่อนที่ความขัดแย้งจะขยายวงกว้างออกไป ซึ่งย่อมส่งผลร้ายแรงต่อพลเรือนผู้บริสุทธิ์และเสถียรภาพของภูมิภาคตะวันออกกลางโดยรวม

ทูตอิหร่านและอิสราเอลตอบโต้กันอย่างดุเดือดบนเวทีสหประชาชาติ

ในระหว่างการประชุม ทูตของอิหร่านและอิสราเอลได้ใช้เวทีนี้ตอบโต้กันอย่างรุนแรง โดยทูตอิหร่านระบุว่า การโจมตีที่เกิดขึ้นถือเป็นการรุกรานประเทศอื่นอย่างไร้เหตุผลและมีการวางแผนไว้ล่วงหน้า อีกทั้งยังมุ่งเป้าไปยังพื้นที่ที่อยู่อาศัยของพลเรือน จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายร้อยคน ซึ่งเขาย้ำว่าการกระทำดังกล่าวถือเป็นอาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติที่ไม่อาจยอมรับได้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ในทางตรงกันข้าม ทูตอิสราเอลได้ปกป้องปฏิบัติการครั้งนี้ว่า เป็นมาตรการที่จำเป็นเพื่อรับมือกับภัยคุกคามร้ายแรงจากอิหร่าน ก่อนที่สถานการณ์จะลุกลามจนแก้ไขไม่ได้ พร้อมทั้งยืนยันว่าการโจมตีมุ่งเป้าไปที่ผู้นำของอิหร่านเท่านั้น ไม่ใช่ประชาชนทั่วไป ส่วนทูตสหรัฐอเมริกายืนยันต่อที่ประชุมว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องความมั่นคงระดับโลกโดยตรง

ปฏิกิริยาจากประเทศอื่นๆ และความกังวลต่อสถานการณ์

ด้านทูตรัสเซียได้ประณามการโจมตีอิหร่านอย่างรุนแรง โดยเตือนว่าการกระทำนี้อาจทำให้ความตึงเครียดในภูมิภาคทวีความรุนแรงขึ้นอย่างน่าวิตก ขณะที่ผู้นำบางประเทศได้แสดงความเห็นต่อความขัดแย้งที่กำลังเกิดขึ้น เช่น แอนโทนี อัลบานีซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ที่สนับสนุนปฏิบัติการของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล โดยระบุว่าโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพและความมั่นคงของโลก

ส่วนเรเซป ไทยิป เออร์ดวน ผู้นำตุรกี ระบุว่า รู้สึกเสียใจและกังวลต่อการโจมตีอิหร่าน แต่ก็ชี้ให้เห็นเช่นกันว่าการกระทำของอิหร่านที่เลือกยิงตอบโต้ไปยังหลายชาติในภูมิภาคเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้เช่นกัน สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ต้องการการแก้ไขอย่างเร่งด่วน

การประชุมฉุกเฉินของ UNSC ในครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้บรรยากาศที่ตึงเครียดเป็นอย่างมาก หลังจากมีรายงานข่าวจากสื่อรัฐบาลอิหร่านยืนยันว่า "อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี" ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ถูกสังหารในเตหะราน ส่งผลให้หลายพื้นที่ในภูมิภาคมีการเฉลิมฉลอง แต่ก็เพิ่มความกังวลต่อความไม่แน่นอนในอนาคต