เรือลากจูง UAE ระเบิดก่อนจมในช่องแคบฮอร์มุซ สูญหาย 3 ชีวิต ถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธ
เกิดเหตุการณ์น่าเศร้าขึ้นในน่านน้ำสำคัญของโลก เมื่อเรือลากจูง มูซาฟฟาห์ 2 (Musaffah 2) ซึ่งติดธงสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เกิดระเบิดและอับปางลงในช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้มีลูกเรือสูญหาย 3 ราย โดยทั้งหมดเป็นชาวอินโดนีเซีย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 6 มีนาคม 2569 และกำลังอยู่ในระหว่างการสืบสวนหาสาเหตุอย่างเร่งด่วนจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น
รายละเอียดเหตุการณ์และผู้ประสบภัย
กระทรวงการต่างประเทศของอินโดนีเซียได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า เรือมูซาฟฟาห์ 2 มีลูกเรือทั้งหมด 7 ราย ประกอบด้วยชาวอินโดนีเซีย อินเดีย และฟิลิปปินส์ โดยมีผู้รอดชีวิต 4 ราย และสูญหาย 3 ราย ซึ่งทั้งหมดเป็นชาวอินโดนีเซีย แถลงการณ์ระบุเพิ่มเติมว่า ผู้รอดชีวิตชาวอินโดนีเซียหนึ่งรายกำลังอยู่ระหว่างการรักษาบาดแผลไฟไหม้ที่โรงพยาบาลในเมืองคาซับ ประเทศโอมาน ในขณะที่อีกสามรายที่สูญหายนั้น เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ยังคงดำเนินการค้นหาอย่างต่อเนื่อง
ก่อนที่เรือจะอับปางลง ได้เกิดการระเบิดขึ้นจนเป็นเหตุให้ไฟลุกไหม้เรืออย่างรุนแรง ซึ่งในขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่บริษัทรักษาความปลอดภัย แวนการ์ด (Vanguard) ได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญว่า เรือลากจูงลำดังกล่าวถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธสองลูก ขณะที่พยายามเข้าไปให้ความช่วยเหลือเรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ เซฟีน เพรสทิจ (Safeen Prestige) ติดธงมอลตา ซึ่งถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธไปก่อนหน้าแล้วเมื่อวันพุธที่ 4 มีนาคม
ภูมิหลังความตึงเครียดในภูมิภาค
เหตุการณ์โจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นในภูมิภาค นับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลกับอิหร่านเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งได้เกิดเหตุโจมตีเรือที่สัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซมาแล้วหลายครั้ง ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันและสินค้าทั่วโลก ทำให้เหตุการณ์เช่นนี้ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการเดินเรือระหว่างประเทศอย่างมีนัยสำคัญ
การสืบสวนยังคงดำเนินต่อไปเพื่อหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการโจมตีครั้งนี้ รวมถึงการประเมินความเสียหายและมาตรการป้องกันในอนาคต หน่วยงานด้านความปลอดภัยทางทะเลกำลังเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายแรงซ้ำเติมในพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวนี้



