ประธานาธิบดี UAE เรียกอิหร่านว่า 'ศัตรู' หลังโดนโจมตีต่อเนื่อง ยันไม่ใช่เหยื่อที่เคี้ยวง่าย
เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 ประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด บิน ซาเยด อัล นาห์ยาน แห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ได้ส่งคำเตือนอย่างหนักแน่นถึงอิหร่าน โดยเรียกกรุงเตหะรานว่าเป็น "ศัตรู" และย้ำว่าประเทศของเขาไม่ใช่เหยื่อที่สามารถเคี้ยวง่ายๆ ได้ หลัง UAE ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีจากอิหร่านอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อน
ถ้อยแถลงแข็งกร้าวจากผู้นำ UAE
ประธานาธิบดีอัล นาห์ยาน ซึ่งเป็นที่รู้จักในนาม MBZ กล่าวระหว่างการเยี่ยมเยียนโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่กำลังรักษาพลเรือนที่ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของอิหร่านว่า "UAE นั้นสวยงามและเป็นต้นแบบที่น่าดำเนินตาม แต่ผมขอบอกคุณว่า อย่าได้ถูกภาพลักษณ์นั้นหลอกตา" เขาเสริมว่า "มือของ UAE นั้นแข็งแกร่งและสามารถเอื้อมถึง เนื้อของเรานั้นขม และเราไม่ใช่เหยื่อที่เคี้ยวได้ง่ายๆ" ถ้อยแถลงนี้ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น และถูกเผยแพร่ไม่นานหลังจากระบบป้องกันภัยทางอากาศของเอมิเรตส์ได้ตอบโต้ภัยคุกคามจากขีปนาวุธของอิหร่าน
สถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรง
นับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ UAE ได้รายงานการโจมตีจากอิหร่านมากกว่า 1,200 ครั้ง ไม่ว่าจะเป็นจากมิสไซล์หรือโดรน ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ศพ บาดเจ็บอีกมากกว่า 100 ราย และสร้างความเสียหายอย่างหนักแก่โครงสร้างพื้นฐานในกรุงอาบูดาบีและนครดูไบ ล่าสุดในวันเสาร์ที่ 7 มีนาคม UAE รายงานว่ากำลังตอบโต้การโจมตีด้วย "ขีปนาวุธและโดรน" จากอิหร่าน ทั้งที่ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่านเพิ่งกล่าวในเช้าวันเดียวกันว่าอิหร่านจะไม่โจมตีประเทศเพื่อนบ้าน "เว้นแต่จะถูกโจมตีก่อน"
ประธานาธิบดีอัล นาห์ยานยังได้กล่าวเสริมว่า "เรากำลังปฏิบัติหน้าที่รับใช้ชาติ ประชาชนของเรา และผู้ที่อาศัยอยู่ท่ามกลางพวกเรา ขอพระเจ้าคุ้มครอง UAE คุ้มครองประชาชนและทุกคนในประเทศ และประทานพรแห่งความมั่นคงและความปลอดภัยแก่พวกเขา" พร้อมสัญญาว่า "ผมสัญญากับพวกคุณว่า สิ่งที่กำลังจะตามมาจะแสดงให้เห็นว่าเราแข็งแกร่งขึ้น" สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นในภูมิภาค ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความมั่นคงในระดับโลก



