ทรัมป์ประกาศคว่ำบาตรซีเรียครั้งใหญ่
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่สุดต่อซีเรีย เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังเหตุโจมตีฐานทัพอเมริกาในอิรักเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งทำให้ทหารอเมริกันเสียชีวิต 3 นาย และบาดเจ็บอีก 12 นาย การคว่ำบาตรครั้งนี้ครอบคลุมการค้า การลงทุน และการเงินระหว่างสหรัฐฯ กับซีเรีย รวมถึงการแช่แข็งทรัพย์สินของรัฐบาลซีเรียและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดมาตรการคว่ำบาตร
มาตรการดังกล่าวรวมถึงการห้ามบริษัทอเมริกันทำธุรกิจใดๆ กับซีเรีย การระงับความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจ และการจำกัดการเดินทางของเจ้าหน้าที่ซีเรีย นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังได้เพิ่มชื่อบุคคลและหน่วยงานซีเรียอีก 20 รายในบัญชีดำคว่ำบาตร ซึ่งรวมถึงบริษัทที่เชื่อมโยงกับกองทัพซีเรียและกลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน
ปฏิกิริยาจากซีเรียและนานาชาติ
รัฐบาลซีเรียประณามการคว่ำบาตรครั้งนี้ว่าเป็น "การละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ" และประกาศว่าจะตอบโต้ด้วยมาตรการที่เหมาะสม ขณะที่รัสเซียและจีนออกมาแสดงความไม่เห็นด้วย โดยระบุว่าการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวจะยิ่งทำให้สถานการณ์ในภูมิภาคตึงเครียดมากขึ้น
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจซีเรีย
นักวิเคราะห์คาดว่าการคว่ำบาตรครั้งนี้จะส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจซีเรียที่กำลังฟื้นตัวจากสงครามกลางเมือง โดยเฉพาะภาคการนำเข้าน้ำมันและสินค้าจำเป็น ซึ่งซีเรียพึ่งพาการนำเข้าเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ซีเรียอาจหันไปพึ่งพาพันธมิตรอย่างรัสเซียและอิหร่านมากขึ้น
ความสัมพันธ์สหรัฐฯ-ซีเรียย่ำแย่ลง
ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และซีเรียอยู่ในจุดต่ำสุดนับตั้งแต่สงครามกลางเมืองเริ่มต้นในปี 2011 การโจมตีฐานทัพเมื่อวันที่ 28 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งกลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านเป็นผู้ก่อเหตุ ยิ่งทำให้ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้น



