ไทยขึ้นทะเบียนมรดกโลก 'สงขลา' เมืองเก่าเชื่อมโยงวัฒนธรรม
ไทยขึ้นทะเบียนมรดกโลก 'สงขลา' เมืองเก่า

องค์การยูเนสโก (UNESCO) ได้ประกาศขึ้นทะเบียน 'เมืองเก่าสงขลา' เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 45 ณ กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2566 นับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของประเทศไทยในการอนุรักษ์และส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรม

ที่มาและความสำคัญของเมืองเก่าสงขลา

เมืองเก่าสงขลาตั้งอยู่บนคาบสมุทรสทิงพระ มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,000 ปี เป็นศูนย์กลางการค้าและวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงระหว่างจีน อินเดีย และตะวันออกกลาง หลักฐานทางโบราณคดีพบชุมชนโบราณตั้งแต่สมัยทวารวดี และร่องรอยอิทธิพลของอาณาจักรศรีวิชัย อายุกว่า 1,200 ปี

นายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน กล่าวชื่นชมความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่ทำให้สงขลาได้รับการขึ้นทะเบียน โดยระบุว่า 'นี่คือการยอมรับในระดับโลกถึงความสำคัญทางวัฒนธรรมของเมืองเก่าสงขลา ซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าและการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่สำคัญในอดีต'

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

รายละเอียดพื้นที่มรดกโลก

พื้นที่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนครอบคลุม 2 ส่วนหลัก ได้แก่ เขตเมืองเก่าสงขลา (บริเวณถนนนางงาม ถนนยะลา และถนนไทรบุรี) และแหล่งโบราณคดีในตำบลเขารูปช้าง ซึ่งประกอบด้วยวัดโบราณ ซากกำแพงเมือง และคูเมืองอายุหลายร้อยปี

ข้อมูลจากกระทรวงวัฒนธรรมระบุว่า พื้นที่เมืองเก่าสงขลามีอาคารเก่าแก่กว่า 200 หลังที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ โดยผสมผสานสถาปัตยกรรมจีน-โปรตุเกส และอิทธิพลมุสลิม สะท้อนถึงความหลากหลายทางชาติพันธุ์ที่อยู่ร่วมกันอย่างสันติ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ

การขึ้นทะเบียนมรดกโลกคาดว่าจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในจังหวัดสงขลาเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 30% ภายใน 2 ปีข้างหน้า ตามข้อมูลของสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศเดินทางมาเยือนเพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 1.5 ล้านคนต่อปี

นายกเทศมนตรีนครสงขลา กล่าวว่า 'เราจะใช้โอกาสนี้ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้และอนุรักษ์มรดกของเรา'

ความท้าทายในการอนุรักษ์

แม้การขึ้นทะเบียนจะเป็นก้าวสำคัญ แต่ยังมีความท้าทายในการจัดการ เช่น การควบคุมจำนวนนักท่องเที่ยวไม่ให้ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างโบราณ การรักษาความเป็นอยู่ของชุมชนท้องถิ่น และการจัดการขยะและมลพิษ

ผู้เชี่ยวชาญด้านมรดกทางวัฒนธรรมจากมหาวิทยาลัยศิลปากร ระบุว่า 'การเป็นมรดกโลกไม่ใช่เพียงเกียรติยศ แต่เป็นพันธะสัญญาที่ต้องดูแลรักษาให้คงอยู่ต่อไป'

มรดกโลกอื่นของไทย

ปัจจุบันประเทศไทยมีแหล่งมรดกโลกทั้งหมด 6 แห่ง แบ่งเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม 4 แห่ง ได้แก่ เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร เมืองประวัติศาสตร์อยุธยา แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง และล่าสุดคือเมืองเก่าสงขลา ส่วนมรดกโลกทางธรรมชาติ 2 แห่ง ได้แก่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง และกลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่