ชาวอเมริกันไม่พอใจสงคราม ใช้แฮชแท็ก #SendBarron ประชดทรัมป์ให้ส่งลูกชายไปรบ
ในโลกออนไลน์ของสหรัฐอเมริกา กำลังเกิดกระแสแฮชแท็ก #SendBarron #SendBarronToWar และ #SendBarronTrumpToWar อย่างร้อนแรง ซึ่งเป็นการรณรงค์ประชดประชันประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังเขาสั่งปฏิบัติการทางทหารโจมตีอิหร่านในชื่อ Epic Fury ส่งผลให้มีทหารอเมริกันเสียชีวิตแล้ว 6 นาย โดยชาวเน็ตเรียกร้องให้ทรัมป์ส่งบาร์รอน ทรัมป์ ลูกชายคนเล็กไปร่วมรบในตะวันออกกลาง แสดงความไม่พอใจต่อการใช้เงินภาษีจุดชนวนความขัดแย้งใหม่
เว็บไซต์ล้อเลียน DraftBarronTrump.com กลายเป็นไวรัล
ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้กระแสนี้แพร่หลายคือเว็บไซต์ DraftBarronTrump.com ซึ่งสร้างโดยอดีตนักเขียนบทการ์ตูนล้อเลียนจาก South Park โดยเว็บไซต์ระบุข้อความประชดว่า "อเมริกาแข็งแกร่งได้ด้วยผู้นำที่แข็งแกร่ง และประธานาธิบดีทรัมป์พิสูจน์ให้เห็นทุกวัน บาร์รอน ลูกชายของเขายิ่งกว่าพร้อมที่จะปกป้องประเทศ" นี่คือโปรเจกต์ล้อเลียนทางการเมืองที่ตั้งใจสื่อสารอย่างง่ายๆ ว่า หากทรัมป์อยากส่งคนไปรบนัก ก็ควรส่งลูกชายตัวเองไปด้วย
บาร์รอน ทรัมป์ กับข้อจำกัดทางสรีระที่ทำให้เป็นทหารไม่ได้
บาร์รอน ทรัมป์ เป็นลูกชายคนเล็กของโดนัลด์ ทรัมป์ กับเมลาเนีย ทรัมป์ เกิดปี 2006 และกำลังจะอายุครบ 20 ปี โดยตามกฎหมาย ชายอเมริกันอายุ 18-25 ปี ต้องลงทะเบียนกับหน่วยงานเฉพาะเพื่อเตรียมพร้อมเกณฑ์ทหารในภาวะฉุกเฉิน ซึ่งบาร์รอนลงทะเบียนแล้วตั้งแต่อายุ 18 ปี แต่ปรากฏว่าความสูงกว่า 205 เซนติเมตร หรือ 6 ฟุต 9 นิ้วของเขา เกินขีดจำกัดการรับใช้ชาติที่ 6 ฟุต 8 นิ้วสำหรับบางตำแหน่ง เนื่องจากข้อจำกัดการใช้ยุทโธปกรณ์ ดังนั้นเขาจึงเป็นทหารไม่ได้ในทางปฏิบัติ
ระบบเกณฑ์ทหารสหรัฐฯ และประวัติครอบครัวทรัมป์ที่ถูกนำมาล้อเลียน
สหรัฐฯ ใช้ระบบสมัครใจคัดเลือกทหารมาตั้งแต่ปี 1973 ดังนั้นจะไม่มีใครถูกบังคับให้ไปรบ เว้นแต่สภาคองเกรสอนุมัติใช้กฎหมายเกณฑ์ทหารในภาวะสงครามเต็มรูปแบบ กระแสออนไลน์นำเรื่องนี้มาล้อเลียนว่า ตระกูลทรัมป์มักมีเหตุผลทางสรีระขัดขวางการไปรบเสมอ โดยก่อนหน้านี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ในช่วงสงครามเวียดนามทศวรรษ 1960-1970 ได้รับการผ่อนผันการรับราชการทหาร 5 ครั้ง และสุดท้ายได้สถานะ 4-F ที่แปลว่าไม่เหมาะกับการรับราชการทหารถาวร หลังตรวจร่างกายพบกระดูกงอกที่ส้นเท้า
ประเด็นกระดูกงอกนี้ถูกนำมาฉายซ้ำเคียงคู่กับส่วนสูงเกินเกณฑ์ของบาร์รอนในปัจจุบัน ราวกับเป็นมรดกทางพันธุกรรมที่ช่วยให้ตระกูลทรัมป์มีเกราะคุ้มกันทางสรีระได้ถูกที่ถูกเวลาเสมอ ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ออนไลน์ที่เผ็ดร้อน เพราะในวันที่พ่อยืนยันเดินหน้าสงครามต่อ ลูกชายกลับมีสิทธิขาดที่จะยืนมองอยู่ห่างๆ เพียงเพราะสูงเกินกว่ากองทัพจะรับได้



