“สีหศักดิ์” ยันเจรจากัมพูชาต้องรอไทยพร้อม เตรียมถก สมช. พิจารณา MOU 2543-2544
“สีหศักดิ์” ยันเจรจากัมพูชาต้องรอไทยพร้อม ถก MOU

“สีหศักดิ์” ยืนยันการเจรจากับกัมพูชาต้องรอความพร้อมของไทย เตรียมหารือในที่ประชุม สมช. เรื่อง MOU 2543-2544

เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 เวลา 09.40 น. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีธงชาติไทยหายในพื้นที่บ้านผักกาด อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี โดยระบุว่า ขอตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ชัดเจนก่อน พร้อมย้ำถึงแนวทางการเจรจากับประเทศกัมพูชา

การเจรจาต้องรอความพร้อมของฝ่ายไทย ไม่ใช่กำหนดโดยฝ่ายเดียว

นายสีหศักดิ์ชี้แจงว่า การพูดคุยกับกัมพูชานั้น ต้องรอให้ไทยพร้อมก่อน ไม่ใช่ให้อีกฝ่ายกำหนดวันเวลาโดยลำพัง ซึ่งต้องมีการตกลงร่วมกันอย่างเหมาะสม โดยการเจรจาจะขึ้นอยู่กับความพร้อมของฝ่ายไทย ส่วนระยะเวลาจะนานหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการหารือระหว่างกัน

นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรีเผยว่า จะมีการนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เพื่อพิจารณา โดยกำหนดการประชุมในวันที่ 22 เมษายน 2569

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เตรียมหารือ MOU 2543-2544 ในที่ประชุม สมช.

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่าการประชุม สมช. จะมีการพิจารณาเรื่องบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างไทยกับกัมพูชาในปี 2543 และ 2544 หรือไม่ นายสีหศักดิ์ตอบว่า ต้องการให้มีการหารือเรื่อง MOU 2544 ก่อน เนื่องจากไทยมีแผนจะดำเนินการยกเลิก ส่วน MOU 2543 ก็จะนำมาพิจารณาในรายละเอียดด้วย

สำหรับกลไกทดแทน MOU 2544 ที่จะยกเลิกนั้น รองนายกรัฐมนตรีระบุว่ามีอยู่แล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผย เนื่องจากเป็นเรื่องของท่าทีในการเจรจากับฝ่ายกัมพูชา

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

เน้นการพิจารณา MOU 2543 อย่างรอบด้าน โดยคำนึงถึงความมั่นคงชายแดน

ในส่วนของ MOU 2543 นายสีหศักดิ์กล่าวว่า จะต้องคำนึงถึงข้อกังวลของฝ่ายต่างๆ ที่มีความเห็นหลากหลาย เพื่อดูว่าสิ่งใดจะเป็นประโยชน์ต่อการเจรจาต่อไป โดยเฉพาะประเด็นที่กองทัพห่วงใยเกี่ยวกับการปฏิบัติการทางทหารที่เกินกรอบ MOU 2543

รองนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า ต้องมอง MOU 2543 ในภาพรวม ไม่ใช่เพียงเรื่องการปักปันเขตแดนเท่านั้น แต่ต้องพิจารณาด้านความมั่นคงชายแดนด้วย สำหรับแผนที่อัตราส่วน 1 : 200,000 ที่กัมพูชาแนบมากับ MOU 2543 นายสีหศักดิ์ชี้ว่า แผนที่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสนธิสัญญา และการปักปันเขตแดนต้องดูที่สันปันน้ำและองค์รวมทั้งหมด

เขายังเสริมว่า ไทยมีแผนที่ของตนเอง ซึ่งจะนำมาใช้ประกอบการพูดคุยด้วย โดยการหารือจะครอบคลุมเรื่องความมั่นคงชายแดนทั้งหมด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สมดุลและเป็นธรรมสำหรับทั้งสองฝ่าย