รมว.ต่างประเทศชี้แจงปมธงชาติไทยหายที่ชายแดน เตรียมถก MOU 2543-2544 ในที่ประชุม สมช.
วันนี้ (21 เม.ย.2569) นายสีศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับกรณีธงชาติไทยที่หายไปจากพื้นที่บริเวณตัวยู บ้านผักกาด อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี โดยระบุว่า ขอตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ชัดเจนก่อน เพื่อความมั่นใจในรายละเอียดของเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งอาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความมั่นคงชายแดน
การเจรจากับกัมพูชาต้องรอความพร้อมฝ่ายไทย
รมว.ต่างประเทศยังได้กล่าวถึงประเด็นการพูดคุยกับประเทศกัมพูชาว่า ตนได้ชี้แจงมาโดยตลอด แต่ต้องรอให้ฝ่ายไทยมีความพร้อมก่อน และต้องมีการตกลงวันร่วมกันอย่างเป็นทางการ การเจรจานี้ขึ้นอยู่กับความพร้อมของไทยเป็นหลัก โดยระยะเวลาจะนานหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการหารือระหว่างสองฝ่าย และจะต้องนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เพื่อพิจารณาต่อไป
โดยมีกำหนดการประชุม สมช. ในวันที่ 22 เม.ย.นี้ ซึ่งคาดว่าจะมีการหารือเกี่ยวกับบันทึกความเข้าใจ (MOU) ปี 2543 และ 2544 อย่างละเอียด โดยนายสีศักดิ์ระบุว่า อยากให้มีการพิจารณา MOU 2544 ก่อน เนื่องจากไทยมีแผนที่จะดำเนินการยกเลิก ส่วน MOU 2543 จะนำมาหารือในรายละเอียดเพิ่มเติม พร้อมกับเปิดเผยว่า มีเครื่องมือที่จะมาทดแทน MOU 2544 แต่ไม่ขอเปิดเผยข้อมูล เนื่องจากเป็นเรื่องท่าทีที่ต้องไปเจรจากับฝ่ายกัมพูชา
ความกังวลเรื่อง MOU 2543 และแผนที่ชายแดน
เมื่อถูกถามเกี่ยวกับข้อกังวลของกองทัพที่ปฏิบัติการเลยกรอบ MOU 2543 นายสีศักดิ์ชี้แจงว่า MOU 2543 หากมองในแง่ความมั่นคงชายแดน จะต้องพิจารณาในภาพรวม ไม่ใช่เพียงเรื่องการปักปันเขตแดนเท่านั้น ส่วนที่ประชาชนมีความกังวลเรื่องแผนที่ใน MOU 2543 นั้น ได้รับทราบถึงข้อกังวลแล้ว โดยข้อเท็จจริงแผนที่ที่ใช้ไม่ใช่แค่แผนที่อัตราส่วน 1:200,000 เพียงอย่างเดียว ยังมีเอกสารอื่นประกอบด้วย ซึ่งแผนที่เป็นส่วนหนึ่งของสนธิสัญญา แต่ก็มีข้อความที่ปรากฏในสนธิสัญญา การปักปันเขตแดนต้องดูที่สันปันน้ำและต้องดูองค์รวมทั้งหมด
เมื่อถามย้ำว่า การปักปันเขตแดนต้องยึดตามสันปันน้ำใช่หรือไม่ นายสีศักดิ์ตอบว่า ใช่ และจริงๆ แล้วไทยมีแผนที่ของตัวเอง ซึ่งจะนำมาใช้ประกอบการพูดคุยด้วย แต่หากจะคุยกันก็ต้องคุยเรื่องความมั่นคงชายแดนทั้งหมด เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ชัดเจนและเป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่าย
นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวถึงประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การประชุมสภาพัฒน์ฯ ที่ชี้ยังไม่ควรขึ้นภาษี และรอคุยขุนคลังปมขยายเพดานสาธารณะ รวมถึงการนัดถก กบง. เพื่อลดค่ากลั่นอีก 2 บาท ซึ่งเล็งให้มีผล 24 เม.ย. และการเคลียร์ปม พ.ร.ก.กู้เงิน โดยอธิบายข้อกฎหมายและรอทีมเศรษฐกิจเคาะต่อไป



