รัฐบาลชี้ 3 เหตุผลยกเลิก MOU 2544 ไทย-กัมพูชา หลัง 25 ปีเจรจาไม่คืบ สั่งวางกรอบใหม่
รัฐบาลยกเลิก MOU 2544 ไทย-กัมพูชา หลัง 25 ปีเจรจาไม่คืบ

รัฐบาลชี้แจงเหตุผลยกเลิก MOU 2544 ไทย-กัมพูชา หลังผ่านมา 25 ปี

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ครั้งที่ 2/2569 ได้มีมติเห็นชอบให้ยกเลิก MOU 2544 ตามนโยบายของรัฐบาล โดยอ้างอิงเหตุผลสำคัญ 3 ประการที่นำไปสู่การตัดสินใจครั้งนี้

เหตุผลหลักในการยกเลิก MOU 2544

ประการแรก MOU 2544 ซึ่งเป็นกรอบการเจรจาเพื่อบริหารทรัพยากรร่วมกันใต้ทะเลระหว่างไทยและกัมพูชา ได้ถูกใช้มาเป็นเวลา กว่า 25 ปี แต่มีการเจรจาเกิดขึ้นเพียง 5 ครั้งเท่านั้น และไม่สามารถบรรลุข้อสรุปที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศได้ ตรงกันข้าม กลับทำให้เกิดข้อพิพาทเรื่องเขตแดนทางทะเล ส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศตึงเครียด และไม่มีแนวทางที่จะพัฒนาหรือบริหารทรัพยากรร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประการที่สอง การยกเลิก MOU 2544 นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยุติการเจรจาภายใต้กรอบเดิม หากฝ่ายกัมพูชายังคงต้องการหรือเห็นประโยชน์จากการพัฒนาและบริหารทรัพยากรใต้ทะเลร่วมกับไทยอีก ขอให้แสดงเจตนารมณ์หรือแจ้งความประสงค์มาอย่างชัดเจน เพื่อที่ทั้งสองฝ่ายจะได้จัดทำกรอบการเจรจาใหม่ที่มีความเป็นไปได้ โดยหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดข้อพิพาทเรื่องเขตแดนทางทะเลเหมือนในอดีต

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ประการที่สาม ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชาหลายครั้งในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา หลังจากมีการทำ MOU 2544 เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การเจรจาไม่คืบหน้าและไม่บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ หากสถานการณ์ความขัดแย้งยังคงดำรงอยู่เช่นในปัจจุบัน การเจรจาเพื่อพัฒนาและบริหารทรัพยากรใต้ทะเลร่วมกันจะเป็นเรื่องที่ยากลำบาก หลักการสำคัญคือต้องตกลงเรื่องเขตแดนทางทะเลให้ได้ก่อน จากนั้นจึงหาแนวทางพัฒนาร่วมกันบนพื้นฐานของความจริงใจและความเป็นธรรม

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

การดำเนินการตามมติของรัฐบาล

โฆษกรัฐบาลย้ำว่า การมี MOU 2544 เป็นเวลา 25 ปี แต่เจรจาเพียง 5 ครั้ง ไม่สามารถดำเนินการได้ตามวัตถุประสงค์ ย่อมแสดงให้เห็นว่า MOU ฉบับนี้ไม่อาจนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายได้ การคงอยู่ของ MOU 2544 นอกจากจะไม่สร้างประโยชน์แล้ว ยังก่อให้เกิดความหวาดระแวงและความขัดแย้งระหว่างสองประเทศอีกด้วย ดังนั้น จึงเห็นควรยกเลิกและวางกรอบการเจรจาใหม่ เพื่อลดความขัดแย้งและนำทรัพยากรมาใช้ประโยชน์ได้จริง

นางสาวรัชดา ยังกล่าวถึงนโยบายของรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้แถลงนโยบายคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา ในส่วนของนโยบายด้านการต่างประเทศและความมั่นคงของไทย โดยเฉพาะในหัวข้อที่ 9 เกี่ยวกับการส่งเสริมความมั่นคงชายแดนให้ปราศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบและการแก้ไขปัญหาข้ามแดนร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งในหัวข้อย่อย 9.2 ได้ย้ำชัดเจนถึงความมุ่งมั่นที่จะสานต่อความพยายามในการแก้ไขสถานการณ์ไทย-กัมพูชาด้วยสันติวิธีและกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ รวมทั้งเร่งศึกษาแนวทางการยกเลิก MOU 2544

สำหรับขั้นตอนต่อไป หลังจากที่สมช. มีมติในวันนี้แล้ว จะมีการเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาและมีมติ เพื่อให้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการตามขั้นตอนที่จำเป็นต่อไป โดยคาดว่าจะมีการหารือและประสานงานกับฝ่ายกัมพูชาเพื่อกำหนดกรอบการเจรจาใหม่ที่ชัดเจนและเป็นธรรมมากขึ้น