อิสราเอลยังคงโจมตีเข้าใส่เลบานอนอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าสหรัฐฯ กับอิหร่านจะลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อยุติสงครามระหว่างกันแล้ว โดยผู้นำอิสราเอลยืนยันว่าจะไม่ถอนทหารออกจากภาคใต้ของเลบานอน
รายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มจากเหตุโจมตีทางใต้ของเลบานอน
สำนักข่าวแห่งชาติเลบานอน (NNA) รายงานในวันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน 2569 ว่า อิสราเอลโจมตีเข้าใส่พื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศอีกครั้ง ซึ่งเบื้องต้นทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ศพ เพียงวันเดียวหลังจากสหรัฐฯ กับอิหร่านลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อยุติสงครามระหว่างกัน
รายงานจาก NNA ระบุว่า มีผู้เสียชีวิต 2 รายหลังจากรถยนต์คันหนึ่งในเมืองคฟาร์ เทบนิต (Kfar Tebnit) ทางตอนใต้ของประเทศ ตกเป็นเป้าหมายของโดรนอิสราเอล และในอีกเหตุการณ์หนึ่ง ชายคนหนึ่งเสียชีวิตจากการโจมตีด้วยโดรนในเมืองเซบดิน (Zebdin) ซึ่งอยู่ทางตอนใต้เช่นกัน
MOU สหรัฐฯ-อิหร่านมีข้อกำหนดสำคัญหลายประการ
ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน แห่งอิหร่าน กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เพิ่งลงนาม MOU ร่วมกันเมื่อวันพุธ (17 มิถุนายน) ซึ่งข้อกำหนดสำคัญในเอกสารความยาว 800 คำนี้ รวมถึงการยุติการสู้รบในทุกแนวรบ รวมถึงในเลบานอน และการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
นอกจากนั้น เอกสารที่มีข้อกำหนด 14 ข้อนี้ ยังมีสัญญาว่าจะจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูประเทศมูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐให้แก่อิหร่าน ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรเพื่อให้อิหร่านสามารถขายน้ำมันสู่ตลาดโลกได้ และปลดอายัดทรัพย์สินของอิหร่านที่ถูกสหรัฐฯ ยึดเอาไว้
อิสราเอลยืนกรานไม่ถอนทหาร เตรียมเจรจารอบใหม่
ด้านอิสราเอลออกมาประกาศกร้าวอีกครั้งว่า พวกเขาจะไม่ถอนกำลังออกจากเลบานอน ในขณะที่รัฐบาลของทั้งสองประเทศกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการเจรจารอบใหม่ที่จะจัดขึ้น ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในสัปดาห์หน้า
“เราจะฟื้นคืนความมั่นคงให้แก่พื้นที่ทางตอนเหนือ (ของอิสราเอล)” นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็นการแถลงต่อสาธารณะครั้งแรกนับตั้งแต่มีการเผยแพร่เนื้อหาในข้อตกลงสหรัฐฯ-อิหร่าน “เพื่อการนั้นจำเป็นต้องมีการรักษาเขตความมั่นคงในภาคใต้ของเลบานอนเอาไว้”



