อิหร่านยืนยัน โฆษกกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามถูกสังหารจากการโจมตีร่วมสหรัฐฯ-อิสราเอล
อิหร่านได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งเกิดขึ้นจากการโจมตีทางอากาศร่วมกันระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเช้ามืดของวันศุกร์ที่ผ่านมา และนับเป็นเหตุลอบสังหารรายล่าสุดในปฏิบัติการต่อเนื่องที่มุ่งเป้าไปที่ผู้นำของอิหร่าน
รายละเอียดการโจมตีและการเสียชีวิต
อาลี โมฮัมหมัด ไนอินี อายุ 68 ปี ซึ่งดำรงตำแหน่งโฆษกของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม ได้ถูกสังหารจากการโจมตีทางอากาศที่เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่เขาได้ปรากฏตัวทางโทรทัศน์เพื่อยืนยันศักยภาพของอิหร่านในการผลิตขีปนาวุธ แม้จะอยู่ในภาวะสงครามก็ตาม
ก่อนหน้านี้ ไนอินีได้ให้สัมภาษณ์ว่า อุตสาหกรรมขีปนาวุธของอิหร่านยังคงดำเนินต่อไปได้อย่างเต็มที่ และไม่มีความน่ากังวลแม้จะถูกโจมตี อย่างไรก็ตาม การเสียชีวิตของเขากลายเป็นจุดสนใจหลักในความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่
ปฏิกิริยาจากอิสราเอลและอิหร่าน
ด้านนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ได้ออกมากล่าวว่า อิหร่านไม่สามารถพัฒนานิวเคลียร์และขีปนาวุธได้อีกต่อไป ขณะที่กองทัพอิสราเอลยืนยันว่า กำลังเดินหน้าโจมตีเป้าหมายในกรุงเตหะรานอย่างต่อเนื่อง
การเสียชีวิตของไนอินีถือเป็นหนึ่งในเหตุลอบสังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านที่เกิดขึ้นต่อเนื่องภายในเวลาไม่ถึง 3 สัปดาห์ นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ก่อนหน้านี้ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ถูกสังหารในช่วงเริ่มต้นของปฏิบัติการ และถูกแทนที่โดย โมจตาบา คาเมเนอี
ความสำคัญของเหตุการณ์
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นในภูมิภาค และการดำเนินการทางทหารที่รุนแรงมากขึ้น การโจมตีร่วมกันระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลต่อเป้าหมายในอิหร่านอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อสถานการณ์ความมั่นคงในตะวันออกกลาง
ทั้งนี้ การพัฒนานี้ยังคงถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากนานาชาติ เนื่องจากอาจนำไปสู่การขยายตัวของความขัดแย้งหรือการเจรจาในอนาคต



