IMF เตือนโลกเตรียมรับมือ 'New Normal' จากความขัดแย้งตะวันออกกลาง หลังราคาน้ำมันพุ่ง
IMF เตือนโลกรับมือ 'New Normal' จากความขัดแย้งตะวันออกกลาง

IMF จัดประชุมฉุกเฉินเตือนโลกเตรียมรับมือ 'สิ่งที่ไม่คาดคิด' จากความขัดแย้งตะวันออกกลาง

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ได้จัดการประชุมสัมมนาขึ้นที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2026 โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อเชิญชวนประเทศต่างๆ ทั่วโลกมาวางแผนรับมือกับปัญหาที่ไม่คาดคิดหรือ "Unthinkable" ซึ่งอาจเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ การประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่ความเสี่ยงทางการเงินและเศรษฐกิจที่อาจตามมาจากวิกฤตดังกล่าว พร้อมชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการหาแนวทางใหม่ๆ ในการรับมือ หรือที่เรียกว่า "New Normal" สำหรับโลกยุคปัจจุบัน

กรรมการผู้จัดการ IMF ชี้ความขัดแย้งอาจนำไปสู่ความไม่มั่นคงและเศรษฐกิจชะลอตัว

คุณคริสตาลีนา จอร์เจวา กรรมการผู้จัดการของ IMF เปิดเผยว่า หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงดำเนินต่อไปเป็นเวลานาน อาจส่งผลให้เกิดความไม่มั่นคงในตลาดการเงิน ภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น และการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ เธอเน้นย้ำว่าในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ ผู้กำหนดนโยบายการเงินทั่วโลกจำเป็นต้องคำนึงถึงปัจจัยที่ไม่คาดคิดมากขึ้น ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ IMF ต้องปรับลำดับความสำคัญของนโยบายภายในองค์กรใหม่ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผลกระทบจากช่องแคบฮอร์มุซปิดทำราคาน้ำมันพุ่งสูงทั่วโลก

ความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้ส่งผลให้มีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันและสินค้าต่างๆ ทำให้ปริมาณการขนส่งผ่านเส้นทางนี้ลดลงไปกว่า 90% โดยช่องแคบฮอร์มุซนั้นรองรับการขนส่งน้ำมันออกไปทั่วโลกถึงหนึ่งในห้าของปริมาณทั้งหมด ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ภูมิภาคเอเชียเผชิญวิกฤตราคาน้ำมันและเงินเฟ้อ

สำหรับภูมิภาคเอเชีย ซึ่งมีการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางมากกว่า 60% ของปริมาณการใช้น้ำมันทั้งหมด ต้องเผชิญกับปัญหาอย่างหนักจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยเฉพาะญี่ปุ่นที่นำเข้าน้ำมันจากภูมิภาคนี้สูงถึง 90% ทำให้ประเทศต้องประสบกับราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมกับค่าเงินเยนที่อ่อนค่าลง ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสี่ยงของภาวะอัตราเงินเฟ้อสูงและเศรษฐกิจหยุดชะงัก นี่ถือเป็นความท้าทายสำคัญที่รัฐบาลญี่ปุ่นต้องเร่งหาวิธีการรับมือ

ทรัมป์มองราคาน้ำมันเป็นเพียงการปรับตัวระยะสั้น

ด้านสหรัฐอเมริกา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียว่า การที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นเป็นเพียงการปรับตัวในระยะสั้น และเป็นราคาที่คุ้มค่าที่จะจ่าย เพราะเมื่อสหรัฐสามารถจัดการกับอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่านได้สำเร็จ ราคาน้ำมันจะปรับลดลงมาทันที

รายงานชี้เงินเฟ้อโลกอาจเพิ่มสูงตามราคาน้ำมัน

นอกจากนี้ รายงานจาก World Economic Outlook ยังระบุว่า เมื่อราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น 10% อัตราเงินเฟ้อของโลกอาจเพิ่มขึ้นตามไปถึง 40% และยังทำให้เศรษฐกิจโลกเติบโตช้าลงอีกด้วย จุดนี้จึงเป็นประเด็นสำคัญที่ผู้กำหนดนโยบายต้องให้ความสำคัญและมุ่งเน้นการออกนโยบายเพื่อวางรากฐานที่มั่นคง สามารถรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ