สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชาและประธานพรรคประชาชนกัมพูชา พร้อมคณะผู้แทนระดับสูง เดินทางถึงกรุงปักกิ่งของจีนแล้ว เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 เพื่อเริ่มการเยือนอย่างเป็นทางการเป็นเวลา 3 วัน ตามคำเชิญของพรรคคอมมิวนิสต์จีน การเยือนครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อกระชับความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศที่เรียกกันว่า 'มิตรเหล็กกล้า' และยกระดับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์รอบด้าน
การต้อนรับอย่างอบอุ่นที่ท่าอากาศยาน
คณะผู้แทนกัมพูชาได้รับการต้อนรับที่ท่าอากาศยานกรุงปักกิ่งจากนายหลิว ไห่ซิง รัฐมนตรีว่าการกรมวิเทศสัมพันธ์ คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน นายเฉิน โจว รองรัฐมนตรีว่าการกรมวิเทศสัมพันธ์ รวมถึงนางซึง รัชฉวี เอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศจีน และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้งสองประเทศ การต้อนรับที่อบอุ่นนี้สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างสองพรรคและสองรัฐบาล
ความสำคัญของการเยือนครั้งนี้
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลกัมพูชาระบุว่า การเยือนครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกัมพูชาและจีนในการกระชับความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น พร้อมผลักดันความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์รอบด้าน และร่วมสร้างประชาคมกัมพูชา-จีนที่มีอนาคตร่วมกันในทุกสภาพการณ์ เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคีให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น
จีนยังคงเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจและผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดของกัมพูชา รวมทั้งให้การสนับสนุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาหลายด้านอย่างต่อเนื่อง การเยือนครั้งนี้คาดว่าจะมีการลงนามในข้อตกลงความร่วมมือหลายฉบับ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการพัฒนาที่ยั่งยืนของกัมพูชา
ความสัมพันธ์ 'มิตรเหล็กกล้า' ที่แน่นแฟ้น
ความสัมพันธ์ระหว่างกัมพูชาและจีนได้รับการยกย่องว่าเป็น 'มิตรเหล็กกล้า' เนื่องจากมีความแน่นแฟ้นและยาวนาน โดยจีนให้การสนับสนุนกัมพูชาทั้งในด้านเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม การเยือนของสมเด็จฮุน เซน ในครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนถึงความต่อเนื่องของนโยบายต่างประเทศที่ให้ความสำคัญกับจีนเป็นอันดับต้นๆ ของกัมพูชา
นอกจากนี้ การเยือนยังมีขึ้นในช่วงเวลาที่จีนกำลังขยายอิทธิพลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านโครงการ Belt and Road Initiative (BRI) ซึ่งกัมพูชาเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับประโยชน์จากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน ทางรถไฟ และท่าเรือ
ผลกระทบต่อภูมิภาค
การกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกัมพูชาและจีนอาจส่งผลกระทบต่อสมดุลอำนาจในภูมิภาค โดยเฉพาะในประเด็นทะเลจีนใต้ ซึ่งกัมพูชามีท่าทีที่สนับสนุนจีนในเวทีอาเซียน การเยือนครั้งนี้จึงอาจถูกจับตามองจากประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคและมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลกัมพูชายืนยันว่าความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับจีนไม่ใช่การพึ่งพาเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นการร่วมมือที่ทั้งสองฝ่ายได้รับผลประโยชน์ร่วมกัน และจะไม่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์กับประเทศอื่นๆ



