ฟีฟ่าสั่งสอบสวนแฟนบอลอิหร่านชูป้ายการเมืองระหว่างเกมคัดบอลโลก
ฟีฟ่าสอบสวนแฟนบอลอิหร่านชูป้ายการเมืองคัดบอลโลก

สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ได้ประกาศเปิดการสอบสวนอย่างเป็นทางการ หลังจากที่แฟนบอลชาวอิหร่านจำนวนหนึ่งได้ชูป้ายที่มีข้อความทางการเมืองระหว่างการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย นัดที่อิหร่านเปิดบ้านเอาชนะคีร์กีซสถาน 3-1 เมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา ณ สนามอาซาดี ในกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน

รายละเอียดเหตุการณ์

ระหว่างการแข่งขัน ซึ่งเป็นนัดที่ 2 ของอิหร่านในรอบคัดเลือกโซนเอเชีย แฟนบอลบางส่วนได้ชูป้ายที่มีข้อความว่า "ผู้หญิง ชีวิต เสรีภาพ" ซึ่งเป็นสโลแกนหลักของการประท้วงที่เกิดขึ้นในอิหร่านตั้งแต่เดือนกันยายน 2565 หลังการเสียชีวิตของมาห์ซา อามินี ขณะถูกควบคุมตัวโดยตำรวจศีลธรรม นอกจากนี้ยังมีป้ายที่เรียกร้องให้ปล่อยตัวนักโทษการเมือง และป้ายที่มีรูปของอามินี

ฟีฟ่ามีกฎข้อบังคับที่ห้ามไม่ให้มีการแสดงข้อความหรือสัญลักษณ์ทางการเมืองในสนามแข่งขัน โดยระบุไว้ในกฎข้อ 4 ของระเบียบการแข่งขันฟุตบอลโลก ว่าห้ามนำธงหรือป้ายที่มีข้อความทางการเมืองเข้าสนามเด็ดขาด การกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเมิดกฎอย่างชัดเจน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การตอบสนองของฟีฟ่า

โฆษกของฟีฟ่ากล่าวว่า "ฟีฟ่าได้รับรายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างเกมระหว่างอิหร่านและคีร์กีซสถาน และได้เริ่มกระบวนการสอบสวนทางวินัยแล้ว โดยจะดำเนินการตามขั้นตอนที่เหมาะสมต่อไป" การสอบสวนนี้จะทำให้ฟีฟ่าตรวจสอบว่าผู้ที่เกี่ยวข้องในการจัดการแข่งขัน รวมถึงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสนาม ได้ปฏิบัติตามกฎระเบียบหรือไม่ และหามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ทั้งนี้ ฟีฟ่าเคยมีบทลงโทษกับสหพันธ์ฟุตบอลอิหร่านมาแล้วในอดีต จากกรณีที่แฟนบอลแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม เช่น การเหยียดเชื้อชาติ หรือการนำสัญลักษณ์ทางการเมืองมาใช้ในสนาม ซึ่งอาจส่งผลให้อิหร่านถูกปรับเงิน หรือถูกสั่งให้แข่งแบบปิดสนามโดยไม่มีผู้ชม

ผลกระทบต่อวงการฟุตบอลอิหร่าน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมืองในอิหร่าน ที่มีการประท้วงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนและนักศึกษาที่ต้องการเรียกร้องสิทธิสตรีและเสรีภาพ การแสดงออกของแฟนบอลในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่พอใจที่ยังคงมีอยู่สูงในสังคมอิหร่าน และการที่ฟีฟ่าต้องเข้ามาสอบสวนอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของฟุตบอลอิหร่านในเวทีนานาชาติ

นอกจากนี้ อิหร่านยังต้องแข่งขันในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกอีกหลายนัดในปีนี้ โดยนัดต่อไปจะพบกับเติร์กเมนิสถานในเดือนมิถุนายน ซึ่งหากฟีฟ่าลงโทษด้วยการห้ามแฟนบอลเข้าชมเกมเหย้า ก็จะส่งผลกระทบต่อรายได้และกำลังใจของทีมชาติอิหร่านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

มุมมองของแฟนบอลและนักวิเคราะห์

แฟนบอลชาวอิหร่านบางส่วนให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า การชูป้ายเป็นวิธีเดียวที่จะแสดงออกถึงการต่อต้านรัฐบาล เนื่องจากถูกจำกัดสิทธิในการชุมนุมและการแสดงความคิดเห็นในประเทศ ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่า ฟีฟ่าควรใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาโทษ โดยคำนึงถึงบริบททางการเมืองของอิหร่าน มากกว่าการใช้กฎอย่างเคร่งครัด

อย่างไรก็ตาม ฟีฟ่ายืนยันว่าจะรักษากฎระเบียบที่วางไว้อย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้กีฬาฟุตบอลถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง โดยโฆษกของฟีฟ่ากล่าวเพิ่มเติมว่า "ฟีฟ่ามีพันธสัญญาที่จะรักษาเกมฟุตบอลให้บริสุทธิ์จากอิทธิพลทางการเมือง และจะดำเนินการกับทุกฝ่ายที่ละเมิดกฎอย่างจริงจัง"

การสอบสวนครั้งนี้คาดว่าจะใช้เวลาหลายสัปดาห์ ก่อนที่ฟีฟ่าจะประกาศผลและบทลงโทษต่อไป